Triple E Technology Co., Ltd.

Equipment Heat Loss & Insulation Calculator

คำนวณการสูญเสียความร้อนของอุปกรณ์รูปทรงประกอบ — ถัง หม้อผสมสาร หัวถัง ท่อ · ก่อน–หลังหุ้มฉนวน · ฉนวนหลายชั้น · ความปลอดภัยผิวสัมผัส · การกลั่นตัวงานเย็น · ตารางความหนาแนะนำ

แนวทางการคำนวณ: ASTM C680 (heat loss & surface temperature) · ISO 13732-1 & ASTM C1055 (contact burn) · ASTM C585 (ความหนาเชิงพาณิชย์) · ISO 12241  |  v2.1

1ตั้งค่า & ประกอบอุปกรณ์
2ผลการคำนวณ · ความปลอดภัย · ผลประหยัด
3ความหนาที่เหมาะสม & ตารางความหนา
4คลังรูปทรง & สูตร
สภาวะการทำงานฉนวน / ฐานเปรียบเทียบประกอบรูปทรง ผลการคำนวณต้นทุน / เศรษฐศาสตร์ความปลอดภัย / กลั่นตัวคลัง / อ้างอิง สีขอบการ์ดและแถบหัวข้อบอกว่าข้อมูลส่วนนั้นอยู่ในกลุ่มใด

สภาวะก) สภาวะการทำงาน (Operating Condition)

ชื่อ/รหัสอุปกรณ์ตามป้ายหน้างาน ใช้พิมพ์บนรูปประกอบและรายงาน
อุณหภูมิของของไหลภายใน — อ่านจากเกจประจำเครื่อง หรือถ้าเป็นไอน้ำอิ่มตัวให้ใช้อุณหภูมิตามความดัน (7 bar g ≈ 170 °C · 10 bar g ≈ 184 °C)
วัดห่างจากอุปกรณ์ ≥ 1 m ไม่ให้ได้รับรังสีความร้อน · โรงงานไทยทั่วไป 30–38 °C (ค่าแนะนำ 32)
0 = ในอาคาร อากาศนิ่ง (ค่าแนะนำ) · 0.5–1 = ใต้หลังคาโปร่ง/ใกล้พัดลม · 2–5 = กลางแจ้ง
ระบบใช้ mixed convection ผสมการพาอิสระกับการพาบังคับอย่างต่อเนื่อง จึงไม่มีรอยกระโดดที่ค่าใด ๆ
เลือกสภาพของไหลด้านใน — ส่วนใหญ่เลือก "ไม่คิดฟิล์มใน" ได้เพราะ R ด้านในเล็กมากเทียบกับฉนวน · ที่มา: ลักษณะกระบวนการ (ไอน้ำ/ของเหลวกวน/ก๊าซ)
ถังกระบวนการทั่วไป 5–10 mm (ค่าแนะนำ 6) · ถังความดัน/หม้อไอน้ำ 10–20 mm · ท่อลม 0.8–1.2 mm
ผลต่อการคำนวณน้อยมาก (โลหะนำความร้อนดี) แต่ใส่ให้ครบเพื่อความสมบูรณ์ของสมการ
วัสดุผนังอุปกรณ์ · ที่มา: แบบ/สเปคอุปกรณ์ (nameplate, drawing) · ค่า k จากตาราง ASHRAE/ASTM
นับเฉพาะชั่วโมงที่อุปกรณ์ร้อนจริง ไม่ใช่ชั่วโมงเปิดโรงงาน
กะเดียว 6 วัน ≈ 2,500 · สองกะ ≈ 5,000 · 24 ชม. 6 วัน ≈ 7,300 · ต่อเนื่อง ≈ 8,000 (ค่าแนะนำ 6,000)
ค่าการแผ่รังสีผิวปัจจุบันก่อนหุ้ม · ที่มา: สังเกตหน้างาน — เหล็กเก่ามีออกไซด์/สนิม 0.8–0.9, เหล็กใหม่มัน 0.25–0.3, สเตนเลสขัด 0.2
ค่าการแผ่รังสีของผิวก่อนหุ้ม — ถังเหล็กใช้งานแล้วมีสนิม/คราบ ให้ใช้ 0.79 (ค่าแนะนำ)
วัสดุหุ้มนอกหลังหุ้มฉนวน (cladding) — อะลูมิเนียม ε 0.15 ใช้มากที่สุดในโรงงานไทย · สังกะสี 0.25 · ที่มา: ใบเสนอราคาผู้รับเหมาฉนวน
แผ่นอะลูมิเนียม ε ต่ำ → แผ่รังสีน้อย ผิวจึงร้อนกว่าผิวทาสีเล็กน้อยที่ Q เท่ากัน
งานอุตสาหกรรมไทยส่วนใหญ่ใช้ แผ่นอะลูมิเนียม ε 0.15 (ค่าแนะนำ)
ความหนาแผ่นหุ้มนอก · อะลูมิเนียม 0.5–0.8 mm · เหล็กชุบสังกะสี 0.4–0.6 mm · สเตนเลส 0.4–0.5 mm · ที่มา: ใบเสนอราคา/สเปค

สภาวะก-2) สภาวะแวดล้อมขั้นสูง (Advanced Ambient) — ความชื้น · การติดตั้งกลางแจ้ง

ใช้หาจุดน้ำค้างสำหรับงานเย็น และเตือนการกลั่นตัว · โรงงานไทยทั่วไป 70–85 % (ค่าแนะนำ 75)
ในอาคาร = ไม่มีรังสีอาทิตย์/ท้องฟ้า (ค่าปกติ) · กลางแจ้ง = คิดรังสีอาทิตย์ที่ดูดกลืนและแผ่รังสีสู่ท้องฟ้า · ที่มา: ตำแหน่งติดตั้งจริง
เลือก “กลางแจ้ง” จะเปลี่ยนสมดุลพลังงานที่ผิว: บวกรังสีที่ดูดกลืน และแผ่รังสีไปยัง ท้องฟ้าที่ Tsky = Ta − 20 K
เที่ยงวันฟ้าโปร่งในไทย 800–1,000 · เฉลี่ยตลอดวัน 350–500 (ใช้ค่าเฉลี่ยเมื่อคิดพลังงานทั้งปี)
α: อะลูมิเนียมใหม่ 0.2 · สังกะสี 0.5 · ผิวออกซิไดซ์/ทาสีเข้ม 0.8–0.9
สัดส่วนผิวรับแดด: ท่อนอนกลางแดด ≈ 0.32 · ถังตั้ง ≈ 0.25 · แผ่นราบหันขึ้น ≈ 1.0

ฉนวนข) ฉนวนความร้อน (Insulation) — ค่าเริ่มต้นของทั้งอุปกรณ์

ชนิดฉนวนที่จะใช้ · ใยหิน (rockwool) ใช้ได้ถึง 650 °C ราคาถูกที่สุด · ใยแก้ว ≤ 350 °C · แคลเซียมซิลิเกต ≤ 650 °C · เซรามิกไฟเบอร์ > 800 °C · ที่มา: ใบเสนอราคา/datasheet ฉนวน
ค่าที่พบบ่อย: 50 (≤120 °C) · 75 (120–200 °C, ค่าแนะนำ) · 100 (200–350 °C) · 150–200 (>400 °C)
ใส่ 0 = ยังไม่หุ้ม · ตรวจความหนาที่คุ้มค่าได้ในแท็บ 3
ค่า k ที่ระบบคำนวณจากสมการ k(T) ของฉนวนที่เลือก ณ อุณหภูมิเฉลี่ยของชั้นฉนวน (ไม่ต้องกรอก)
ใช้เมื่อมี datasheet ฉนวนของผู้ผลิตจริง (k ที่อุณหภูมิเฉลี่ยใช้งาน) — rockwool 100 kg/m³ ที่ 100 °C ≈ 0.045 W/m·K · ใส่ 0 = ใช้ตารางในโปรแกรม
ฉนวนชั้นที่ 2 หุ้มทับชั้นแรก — ใช้เมื่ออุณหภูมิสูงเกินขีดจำกัดของฉนวนราคาถูก (เช่น เซรามิกไฟเบอร์ชั้นใน + rockwool ชั้นนอก)
ความหนาชั้นที่ 2 (mm) · ใส่ 0 ถ้าหุ้มชั้นเดียว · ความหนามาตรฐาน 25/38/50/75/100 mm
ฉนวนชั้นที่ 3 (ถ้ามี) — งานอุณหภูมิสูงมากหรือฉนวนกันความชื้นชั้นนอก
ความหนาชั้นที่ 3 (mm) · ใส่ 0 ถ้าไม่ใช้
ฉนวนหลายชั้นใช้เมื่อไร: เมื่ออุณหภูมิสูงเกินพิกัดของฉนวนราคาประหยัด — วางวัสดุทนร้อนไว้ชั้นใน แล้วปิดทับด้วยวัสดุที่ค่า k ต่ำกว่าและถูกกว่าไว้ชั้นนอก ตัวอย่างที่ใช้จริง:
• เตาเผา/ท่อไอเสีย 700–1,000 °C → เซรามิกไฟเบอร์ ชั้นใน + ใยหิน ชั้นนอก
• ท่อไอน้ำร้อนยวดยิ่ง 400–550 °C → แคลเซียมซิลิเกต ชั้นใน + ใยหิน ชั้นนอก (calsil ค่า k โตช้ากว่าที่อุณหภูมิสูง)
• งานเย็น → ชั้นเดียวแบบเซลล์ปิดจะดีกว่า เพราะรอยต่อหลายชั้นเป็นทางไอน้ำซึม
ระบบจะคำนวณ k ของแต่ละชั้นแยกกันที่อุณหภูมิเฉลี่ยของชั้นนั้น ๆ และแสดงอุณหภูมิรอยต่อระหว่างชั้นให้
เลือกฉนวนอย่างไร: ดูอุณหภูมิใช้งานสูงสุดก่อน (ระบบเตือนให้อัตโนมัติ) แล้วจึงดูราคา — ใยหิน ครอบคลุมงาน 80 % ในโรงงานไทย · แคลเซียมซิลิเกต เมื่อต้องรับแรงกด/เดินเหยียบได้ · เซรามิกไฟเบอร์ สำหรับเตาเผา > 650 °C · อีลาสโตเมอร์/PU สำหรับงานเย็นเท่านั้น (ต้องกันไอน้ำซึมเพื่อป้องกัน CUI)

ฉนวนข-2) ฐานเปรียบเทียบ “ก่อนปรับปรุง” (Baseline) — สำคัญต่อความน่าเชื่อถือของผลประหยัด

สภาพหน้างานก่อนปรับปรุง · ที่มา: เดินสำรวจ/ภาพถ่าย — ถ้ามีฉนวนอยู่แล้วต้องคิดผลประหยัดแบบส่วนเพิ่ม มิฉะนั้นผลประหยัดจะสูงเกินจริง
ความหนาฉนวนเดิม · ที่มา: วัดหน้างาน (เจาะ/ดูที่ขอบ) หรือแบบเดิม · โรงงานไทยเก่ามัก 25–50 mm
ชนิดฉนวนเดิม · ที่มา: สังเกตหน้างาน — ใยหิน/ใยแก้ว (สีเหลือง/เขียว) แคลเซียมซิลิเกต (แผ่นแข็งสีขาว)
สภาพผิวหุ้มนอกเดิม · ที่มา: สังเกตหน้างาน — อะลูมิเนียมใหม่ 0.15, สังกะสี/อะลูมิเนียมหมอง 0.25, ผ้าใย/ปูนฉาบ 0.9
ระดับความเสื่อมของฉนวนเดิม · ที่มา: สำรวจหน้างาน/ภาพ IR — ฉนวนเปียกค่า k เพิ่ม 2–5 เท่า, ยุบตัว/ฉีกขาดเพิ่ม 30–80 %
ความหนาแผ่นหุ้มเดิม (mm) · ที่มา: วัดหน้างาน · ทั่วไป 0.4–0.6 mm
ทำไมต้องมีช่องนี้: ถ้าตั้งฐานเป็น “ผิวเปลือยสนิท” ทั้งที่หน้างานมีฉนวนอยู่แล้ว ผลประหยัดจะสูงเกินจริง 10–20 เท่า เพราะผิวโลหะเปลือยที่ 180 °C สูญเสียถึง ~2,200 W/m² แต่ผิวที่หุ้มแล้วเหลือเพียง ~100–200 W/m² — ส่วนต่างเกือบทั้งหมดจึงมาจาก “การมีฉนวน” ไม่ใช่จาก “การปรับปรุงฉนวน”

รูปทรงค) ประกอบรูปทรงอุปกรณ์ (สูงสุด 20 ชิ้น)

เลือกรูปทรงเรขาคณิต 3 มิติมาประกอบกันเป็นอุปกรณ์จริง เช่น หัวถังบน (2:1 Ellipsoidal) + ลำตัวถังทรงกระบอกตั้ง + ก้นถัง (Torispherical) ระบบจะคำนวณพื้นที่ผิวภายนอกและปริมาตรของแต่ละชิ้น แล้วรวมเป็นการสูญเสียความร้อนทั้งอุปกรณ์

ต้องการเลือกเฉพาะบางผิวของทรงกระบอก? ในกลุ่ม “ทรงกระบอก — แยกตามผิว” มีให้เลือกแยกกัน 3 แบบ:
• เฉพาะผิวข้าง → “ทรงกระบอกตั้ง — เฉพาะผิวข้าง”  A = πDH
• เฉพาะผิวบน → “ทรงกระบอกตั้ง — เฉพาะผิวบน”  A = πD²/4 (พาความร้อนแบบผิวราบหันขึ้น)
• เฉพาะผิวล่าง → “ทรงกระบอกตั้ง — เฉพาะผิวล่าง”  A = πD²/4 (หันลง → ผิวร้อนกว่าด้านบนที่ Q เท่ากัน)
อยากได้ครบทั้ง 3 ผิวในคลิกเดียว กดปุ่ม “แยกทรงกระบอกตั้งเป็น 3 ผิว” ด้านล่าง · ถ้าต้องการทั้งใบรวมฝาบน-ล่างในชิ้นเดียว ใช้ “ถังทรงกระบอกปิดสองด้าน” แทน

2:1 Ellipsoidal → h = D/4 · ASME F&D → L = D, r = 0.06 D · 80-10 → L = 0.8 D, r = 0.1 D

ภาพประกอบอุปกรณ์ (Assembly Sketch)

ผลลัพธ์ผลการคำนวณการสูญเสียความร้อน

รายชิ้นส่วน

#รูปทรงจำนวน พื้นที่ผิว ก่อน (m²)พื้นที่ผิว หลัง (m²)ปริมาตร (m³) Ts ก่อน (°C)Q ก่อน (W) Ts หลัง (°C)Q หลัง (W) ลดได้ (W)ความปลอดภัยผิวสัมผัส

ผลลัพธ์ขั้นตอนการคำนวณและการแทนค่า (Step-by-step Calculation)

เลือกชิ้นส่วนที่ต้องการดูสมการและการแทนค่าทีละขั้น (สำหรับตรวจทาน/ใส่ในรายงาน)
เต็ม = แสดงสูตร + แทนค่า + ผล ทุกขั้น · ย่อ = เฉพาะผลลัพธ์หลัก

เศรษฐศาสตร์ต้นทุนพลังงานและผลประหยัด (Energy & Economics)

แหล่งความร้อนที่ผลิตความร้อนให้อุปกรณ์นี้ — เลือกแล้วระบบเติม LHV/ราคา/EF ให้ (แก้ทับได้) · ที่มา: ใบแจ้งหนี้เชื้อเพลิงของโรงงาน
ค่าความร้อนต่ำต่อหน่วยซื้อ · น้ำมันเตา 39.8 MJ/L · ดีเซล 36.4 MJ/L · LPG 46.1 MJ/kg · NG 36–38 MJ/Nm³ · ชีวมวล 10–17 MJ/kg · ไฟฟ้า 3.6 MJ/kWh · ที่มา: ใบรับรองผลวิเคราะห์/สเปคผู้ขาย
ราคาเชื้อเพลิงต่อหน่วยซื้อรวม VAT ส่งถึงโรงงาน · ปี 2569 โดยประมาณ: น้ำมันเตา 20–25 บาท/L · LPG 20–24 บาท/kg · NG 350–450 บาท/MMBtu · ไฟฟ้า 3.8–4.5 บาท/kWh · ที่มา: ใบแจ้งหนี้
ประสิทธิภาพของหม้อไอน้ำ/เตาที่ผลิตความร้อน (ฐาน LHV) — ทุก 1 kWh ที่รั่วผ่านผิวต้องเผาเชื้อเพลิง 1/η kWh · หม้อไอน้ำน้ำมัน/ก๊าซ 85–90 % · ชีวมวล 70–82 % · ไฟฟ้า 100 % · ที่มา: ผลตรวจวัดจริง
ตรวจสอบค่าล่าสุดที่ Emission Factor Selector (TGO)
ค่าแรง + วัสดุหุ้ม + อุปกรณ์ยึด (ไม่ขึ้นกับความหนา) ทั่วไป 250–500 บาท/m²
ราคาเนื้อฉนวนต่อความหนา 1 mm — ใยหิน 7–12 · แคลเซียมซิลิเกต 15–25 · แอโรเจล 60–120 บาท/m²·mm
ปรับตามใบเสนอราคาจริงเพื่อให้ผลคืนทุนน่าเชื่อถือ
อายุโครงการ (ปี) — ฉนวนใยหิน/แคลเซียมซิลิเกตทั่วไป 10–15 ปี · อัตราคิดลด (%) — ใช้ต้นทุนเงินทุนของบริษัท 6–10 % (ใส่ 0 = ไม่คิดลด)

ความปลอดภัยความปลอดภัยผิวสัมผัส (Personnel Protection)

เกณฑ์ “ผิว ≤ 60 °C” เป็นค่าเดียวตายตัว แต่ความเสี่ยงจริงขึ้นกับ เวลาที่สัมผัส และ ชนิดวัสดุผิว — อะลูมิเนียมที่ 60 °C ดึงความร้อนออกจากผิวหนังเร็วกว่าผ้าใยแก้วที่ 60 °C หลายเท่า การ์ดนี้คำนวณทั้งสองอย่าง แล้วแก้ย้อนกลับหาความหนาฉนวนขั้นต่ำที่ต้องใช้

เกณฑ์ปลอดภัยผิวสัมผัส · ISO 13732-1/ASTM C1055 = ตามเวลาสัมผัสและวัสดุผิว · กำหนดเอง = แนวปฏิบัติโรงงาน (มักใช้ 60 °C) · ที่มา: มาตรฐานความปลอดภัยของโรงงาน
เวลาที่พนักงานอาจสัมผัสผิวโดยไม่ตั้งใจ · บริเวณทางเดิน 1–10 s · จุดปฏิบัติงาน/วาล์ว 60 s · ที่มา: ประเมินความเสี่ยงหน้างาน
วัสดุผิวนอกที่คนสัมผัส — โลหะนำความร้อนเร็ว บาดเจ็บที่อุณหภูมิต่ำกว่าผิวพลาสติก/สี · ที่มา: สเปควัสดุหุ้มนอก
แนวปฏิบัติ: 60 ทั่วไปในไทย · 65.6 (150 °F, แนวปฏิบัติอเมริกา) · 70 เมื่อจำกัดการเข้าถึงและติดป้ายเตือน
#รูปทรงฉนวนที่ใช้ (mm) Tผิว (°C)T ที่ผิวหนังสัมผัส (°C) เกณฑ์ (°C)ความหนาขั้นต่ำ (mm) เชิงพาณิชย์ (mm)ผล

ความปลอดภัยการควบคุมการกลั่นตัว (Condensation Control) — งานเย็น

สำหรับอุปกรณ์ที่เย็นกว่าอากาศ (น้ำเย็น · น้ำแข็ง · แอมโมเนีย · ห้องเย็น) ความหนาฉนวนไม่ได้ถูกกำหนด โดยพลังงาน แต่ถูกกำหนดโดย “ผิวต้องอุ่นกว่าจุดน้ำค้าง” มิฉะนั้นจะเกิดหยดน้ำ ฉนวนเปียก แล้วลุกลามเป็น CUI

ใช้ค่าแย่ที่สุดของพื้นที่ (ฤดูฝน/กลางคืน/ใกล้ cooling tower) ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยทั้งปี
ช่องนี้แยกจาก RH ในการ์ด ก-2 โดยตั้งใจ — ก-2 คือค่าที่วัดได้จริงขณะตรวจวัด ส่วนช่องนี้คือค่าที่ใช้ออกแบบความหนา ซึ่งต้องเผื่อสภาพเลวร้ายที่สุด
เผื่อความไม่แน่นอนของ RH และรอยต่อ · แนะนำ 1–3 K
คำนวณจาก T_a และ RH (ไม่ต้องกรอก) — ผิวเย็นต้องอุ่นกว่าค่านี้เพื่อไม่ให้เกิดหยดน้ำ
= จุดน้ำค้าง + ระยะเผื่อ (คำนวณอัตโนมัติ) — อุณหภูมิผิวฉนวนต่ำสุดที่ยอมรับได้สำหรับงานเย็น
#รูปทรงฉนวนที่ใช้ (mm) Tผิว (°C)Tdp + เผื่อ (°C) ความหนาขั้นต่ำ (mm)เชิงพาณิชย์ (mm) ความร้อนเข้า (W)ผล

เศรษฐศาสตร์การหาความหนาฉนวนที่เหมาะสมทางเศรษฐศาสตร์ (Economic Thickness)

กวาดค่าความหนาฉนวน 0–300 mm แล้วเปรียบเทียบ “ต้นทุนพลังงานที่สูญเสียต่อปี” กับ “ค่าฉนวนที่คิดเป็นรายปี (annualized)” จุดต่ำสุดของเส้นรวมคือความหนาที่คุ้มค่าที่สุด

ความหนา (mm)k (W/m·K)Q (kW) Ts (°C)ค่าพลังงานสูญเสีย (บาท/ปี) ค่าฉนวนรายปี (บาท/ปี)รวม (บาท/ปี)คืนทุน (ปี)

เศรษฐศาสตร์ตารางความหนาฉนวนแนะนำ (Insulation Thickness Table)

สร้างตารางเมทริกซ์ ขนาดท่อ × อุณหภูมิใช้งาน → ความหนาแนะนำ ในคลิกเดียว — เทียบเท่าการรันโปรแกรม ทีละกรณีหลายร้อยครั้ง ใช้แนบเป็นข้อกำหนด (specification) ท้ายรายงาน หรือประกอบคู่มือ EC Guideline
ผลลัพธ์ปัดขึ้นเป็นความหนาที่มีขายจริง (25 · 38 · 50 · 64 · 75 · 89 · 100 · 114 · 125 · 150 · 175 · 200 mm)

เกณฑ์ที่ใช้เลือกความหนาในตาราง · งานประหยัดพลังงานทั่วไปใช้ "คุ้มค่าที่สุด" · งานใกล้คนใช้ "ค่าที่มากกว่า" ระหว่าง Economic กับ Personnel Protection
ท่อกลม = ไล่ตามขนาด NPS ½"–24" · ผิวราบ = ผนังถัง/หน้าแปลนขนาดใหญ่ (ต่อ 1 m²)
ชนิดฉนวนที่ใช้สร้างตารางความหนา · ที่มา: ฉนวนที่โรงงานมีอยู่/ใบเสนอราคา
ใช้เมื่อเลือกเกณฑ์ฟลักซ์ · เกณฑ์ที่ดีสำหรับงานร้อน < 100 W/m²
รายการอุณหภูมิของไหลที่ต้องการในตาราง คั่นด้วยจุลภาค · ไอน้ำ 7 bar g ≈ 170 °C, 10 bar g ≈ 184 °C, น้ำมันร้อน 200–300 °C
อุณหภูมิอากาศ (°C) — โรงงานไทย 30–38 · ความเร็วลม (m/s) — ในอาคาร 0, กลางแจ้ง 2–5 · ที่มา: วัดหน้างาน
วัสดุหุ้มนอกของตาราง · อะลูมิเนียม ε 0.15 (ผิวเย็นกว่าแต่แผ่รังสีน้อย) · ผ้าใย/ปูน 0.9

— กดปุ่ม “สร้างตารางความหนา” เพื่อคำนวณ —

อ้างอิงคลังรูปทรงเรขาคณิต 3 มิติ (Shape Library)

พื้นที่ผิวที่แสดงคือ พื้นที่ผิวโค้งด้านนอกที่ใช้ถ่ายเทความร้อน (Curved / Heat-transfer surface area) · D = เส้นผ่านศูนย์กลาง, H/L = ความสูงหรือความยาว, h = ความลึกหัวถัง

อ้างอิงสมการที่ใช้

1) ความต้านทานความร้อนอนุกรม
Q = (Tf − Ta) / (Ri + Rผนัง + Rฉนวน + Rหุ้มนอก + Ro)
Ri = 1/(hi·Ain)  ;  Ro = 1/(ho·Aout)  ;  Rชั้น = t / (k · Amean)
Amean : ผิวราบ = A  | ทรงกระบอก = (A₂−A₁)/ln(A₂/A₁) (log-mean)  | ทรงกลม/หัวถัง = √(A₁·A₂) (geometric-mean)

2) สัมประสิทธิ์ผิวนอก ho = hc + hr  (แนวทาง ASTM C680 — Nu–Ra เต็มรูป)
คุณสมบัติอากาศประเมินที่อุณหภูมิฟิล์ม Tfilm = (Ts+Ta)/2 ทุกรอบการวนซ้ำ: μ ตาม Sutherland · kair ตาม Hilsenrath · Pr = ν/α
Ra = g·β·ΔT·Lc³ / (ν·α)  ;  β = 1/Tfilm(K)  ;  ผิวราบใช้ Lc = A/P (จานกลม/จัตุรัส = D/4)
การพาอิสระ — ผนังตั้ง/กระบอกตั้ง (Churchill–Chu): Nu = {0.825 + 0.387Ra1/6 / [1+(0.492/Pr)9/16]8/27}²
การพาอิสระ — ทรงกระบอกนอน (Churchill–Chu): Nu = {0.60 + 0.387Ra1/6 / [1+(0.559/Pr)9/16]8/27}²
การพาอิสระ — ผิวราบหันขึ้น: Nu = 0.54Ra¼ (Ra ≤ 10⁷) ; 0.15Ra⅓  | หันลง: Nu = 0.27Ra¼
การพาบังคับ — ทรงกระบอก (Churchill–Bernstein): Nu = 0.3 + [0.62Re½Pr⅓ / (1+(0.4/Pr)⅔)¼]·[1+(Re/282000)5/8]4/5
การพาบังคับ — แผ่นราบ: Nu = 0.664Re½Pr⅓ (laminar) ; (0.037Re0.8−871)Pr⅓ (turbulent)
ผสมสองกลไก (mixed convection): Nu = (Nufree3.5 + Nuforced3.5)1/3.5 → ต่อเนื่อง ไม่มีรอยกระโดดที่ความเร็วลมใด ๆ  ;  hc = Nu·kair/Lc
การแผ่รังสี: hr = ε·σ·(Ts⁴ − Tsky⁴)/(Ts − Ta) , σ = 5.670374×10⁻⁸ W/m²K⁴ , T เป็นเคลวิน
สมดุลพลังงานที่ผิว (แก้ด้วย bisection จนลู่เข้า):
  (Tf − Ts)/Rนำ + αs·G·fแดด·A = [hc(Ts − Ta) + ε·σ(Ts⁴ − Tsky⁴)]·A
  ในอาคาร: Tsky = Ta และ G = 0 → ลดรูปเป็นสมการอนุกรมปกติ

3) ค่าการนำความร้อนของฉนวนขึ้นกับอุณหภูมิ — คิดแยกรายชั้น
kj(Tm,j) = a + b·Tm,j + c·Tm,j² , Tm,j = อุณหภูมิเฉลี่ยของชั้นที่ j = (Tเข้า,j + Tออก,j)/2
Rฉนวนรวม = Σ tj / (kj · Amean,j) — วนซ้ำจนค่า k ทุกชั้นลู่เข้า

3ก) ความปลอดภัยผิวสัมผัส  (ISO 13732-1 / แนวคิด ASTM C1055)
เกณฑ์อุณหภูมิผิวขึ้นกับเวลาสัมผัสและชนิดวัสดุผิว (interpolate แบบ log ตามเวลา)
อุณหภูมิที่ผิวหนังสัมผัสจริง: Tc = (Ts·bวัสดุ + Tผิวหนัง·bผิวหนัง)/(bวัสดุ + bผิวหนัง) , b = √(k·ρ·c)

3ข) การควบคุมการกลั่นตัว (งานเย็น)
γ = ln(RH/100) + 17.625·Ta/(243.04+Ta)  ;  Tdp = 243.04·γ/(17.625−γ)  (Magnus–Tetens)
เงื่อนไข: Tผิวนอก ≥ Tdp + ระยะเผื่อ

4) เศรษฐศาสตร์
พลังงานสูญเสีย = Q(kW) × ชั่วโมงต่อปี  →  เชื้อเพลิง = พลังงาน / (LHV/3.6 × η)
ค่าฉนวนรายปี = (ต้นทุนติดตั้ง) × CRF , CRF = i(1+i)n / [(1+i)n − 1]
ความหนาที่เหมาะสม = จุดที่ (ค่าพลังงานสูญเสีย + ค่าฉนวนรายปี) ต่ำสุด

วิธีกรอกข้อมูลและค่าเริ่มต้นที่แนะนำ (Input Guide)

ช่องกรอกความหมาย / วิธีหาค่าค่าเริ่มต้นช่วงที่พบบ่อย
Tf — อุณหภูมิสารอุณหภูมิของไหลภายใน อ่านจากเกจ/DCS · ไอน้ำอิ่มตัวใช้ค่าตามความดัน150 °C60–900 °C
Ta — อุณหภูมิแวดล้อมวัดห่างอุปกรณ์ ≥ 1 m หลบรังสีความร้อน32 °C30–38 °C (โรงงานไทย)
v — ความเร็วลม0 = ในอาคาร · ≥ 0.5 จะสลับไปใช้สมการการพาบังคับ0 m/s0 · 0.5–1 · 2–5
hi — ฟิล์มด้านใน ความต้านทานฟิล์มของไหลด้านใน — ของเหลว/ไอน้ำเลือก “ไม่คิดฟิล์มใน” เพราะมีผลน้อยกว่า 1 % แต่ถ้าเป็นก๊าซ (ท่อลมร้อน เตาอบ) ต้องใส่ค่าจริง มิฉะนั้นจะประเมิน Q สูงเกินจริงมาก ไม่คิดฟิล์มใน เดือด/ควบแน่น 3,000–10,000 · กวน 800–2,000 · นิ่ง 150–500 · ก๊าซไหล 20–60 · ก๊าซนิ่ง 5–20
tw, kw — ผนังโลหะความหนาและวัสดุผนัง — มีผลน้อยมาก แต่ใส่ให้ครบเพื่อความสมบูรณ์6 mm, เหล็ก 45ถัง 5–10 · ท่อลม 0.8–1.2 · หม้อไอน้ำ 10–20 mm
ε เปลือยค่าการแผ่รังสีผิวก่อนหุ้ม — ถังใช้งานแล้วมีคราบ/สนิม0.790.20 (สเตนเลสมัน) – 0.90 (ทาสี)
ε หลังหุ้ม / claddingวัสดุหุ้มนอก — อะลูมิเนียม ε ต่ำ ผิวจะร้อนกว่าผิวทาสีเล็กน้อยที่ Q เท่ากันอะลูมิเนียม 0.150.05–0.90
ชั่วโมงต่อปีนับเฉพาะชั่วโมงที่อุปกรณ์ร้อนจริง ไม่ใช่ชั่วโมงเปิดโรงงาน6,000 hกะเดียว 2,500 · สองกะ 5,000 · ต่อเนื่อง 8,000
ชนิดฉนวนดูอุณหภูมิใช้งานสูงสุดก่อน (ระบบเตือนอัตโนมัติ) แล้วจึงดูราคาใยหิน Rockwoolใยหินครอบคลุมงาน 80 %
ความหนาฉนวนใส่ค่าที่ใช้จริงหน้างาน แล้วเทียบกับความหนาที่คุ้มค่าในแท็บ 375 mm50 (≤120 °C) · 75 (120–200) · 100 (200–350) · 150–200 (>400)
ต้นทุนฉนวนค่าคงที่ = ค่าแรง+วัสดุหุ้ม · ต่อความหนา = ราคาเนื้อฉนวน350 + 9·tคงที่ 250–500 · ใยหิน 7–12 บาท/m²·mm
จำนวนชิ้น (×n)ใช้เมื่อมีอุปกรณ์เหมือนกันหลายตัว เช่น ถังชุด 4 ใบ ใส่รูปทรงครั้งเดียวแล้วใส่จำนวน 41—
ความหนาเฉพาะชิ้นใส่ −1 = ใช้ค่าเริ่มต้นของทั้งอุปกรณ์ · ใส่ 0 = ชิ้นนี้ไม่หุ้ม (เช่น แมนโฮลที่เปิดบ่อย)−1—

ช่อง “ทิศทางผิว” คืออะไร และเลือกอย่างไร

ช่องนี้ไม่ได้เปลี่ยนพื้นที่ผิว — พื้นที่มาจากรูปทรงและขนาดที่ใส่ไปแล้ว แต่ใช้เลือกว่าจะคิดการพาความร้อนอิสระ (natural convection) ด้วยสมการชุดไหน เพราะอากาศร้อนลอยขึ้นได้ต่างกันตามการวางตัวของผิว จึงให้ค่า hc ต่างกัน (แนวทาง ASTM C680 — Nu–Ra correlations) · เมื่อใส่ความเร็วลม ระบบจะผสมการพาอิสระกับการพาบังคับ แบบต่อเนื่อง Nu = (Nufree3.5 + Nuforced3.5)1/3.5 ไม่มีการสลับสมการแบบกระโดด · ผิวเย็น (Tผิว < Tอากาศ) ระบบจะสลับ “หันขึ้น ↔ หันลง” ให้อัตโนมัติ เพราะทิศการลอยตัวของอากาศกลับด้าน

ตัวเลือกใช้กับผิวแบบไหนสมการ hc ความยาวลักษณะเฉพาะ Lระดับการพาความร้อน
ผนังตั้ง
(Vertical)
ผนังถังตั้ง · ผนังกล่อง/เตา · ขอบข้างแท่นอัด · แผ่นเรียบตั้งฉากกับพื้น Churchill–Chu ผนังตั้ง
Nu = {0.825 + 0.387Ra1/6/[1+(0.492/Pr)9/16]8/27}²
Lc = ความสูงของผิวปานกลาง
ทรงกระบอกนอน
(Horizontal)
ท่อและถังวางนอน · ข้องอ · วงแหวน · ถังทรงกลม Churchill–Chu ทรงกระบอกนอน
Nu = {0.60 + 0.387Ra1/6/[1+(0.559/Pr)9/16]8/27}²
Lc = OD ภายนอก (รวมฉนวน)ต่ำกว่าผนังตั้งเล็กน้อย
ผิวราบหันขึ้น
(Facing up)
ฝาถังบน · หัวถังบน · หลังคาเตา · ผิวราบที่หันขึ้นฟ้า McAdams ผิวราบหันขึ้น
Nu = 0.54Ra¼ (Ra ≤ 10⁷) · 0.15Ra⅓
L* = A/P (จานกลม/จัตุรัส = D/4)สูงสุด — อากาศร้อนลอยขึ้นอิสระ
ผิวราบหันลง
(Facing down)
ก้นถังที่ยกลอยจากพื้น · หัวถังล่าง · ก้นกรวย/hopper · ใต้ท้องอุปกรณ์ ผิวราบหันลง
Nu = 0.27Ra¼
L* = A/P (จานกลม/จัตุรัส = D/4)ต่ำสุด ~⅓ ของหันขึ้น — อากาศร้อนถูกกักใต้ผิว

ผลของการเลือกทิศทางผิว — ทดสอบด้วยแผ่นกลม D 2 m เท่ากันทุกกรณี

ทิศทางผิวhchr hoQ ผิวเปลือย (W)q″ (W/m²) Q หลังหุ้ม 75 mm (W)T ผิว (°C)
ผนังตั้ง5.888.8714.75 5,4561,73721345.7
ทรงกระบอกนอน5.638.8714.50 5,3661,70821346.1
ผิวราบหันขึ้น7.708.8716.57 6,1301,95121743.9
ผิวราบหันลง2.588.8711.46 4,2411,35020252.1

แผ่นกลม D = 2 m (พื้นที่ 3.142 m²) · 150 °C · อากาศ 32 °C · ลมนิ่ง · ε เปลือย 0.79 → หุ้ม 0.15 (คำนวณด้วยเอนจิน v2 — Nu–Ra)
อ่านผลอย่างไร: ผิวราบหันลงมี hc เพียง 2.58 เทียบกับหันขึ้น 7.70 (ต่างกัน ~3 เท่า) → Q ต่ำกว่า 31 % แต่ อุณหภูมิผิวสูงกว่า 8 °C เพราะความร้อนระบายออกยาก เมื่อหุ้มฉนวนแล้วผลต่อ Q เหลือเพียง ~7 % แต่ผลต่ออุณหภูมิผิวยังคงมาก — จุดนี้สำคัญเมื่อต้องตรวจเกณฑ์ผิวสัมผัสที่ก้นถังหรือหัวถังล่าง
สังเกต: hr เท่ากันทั้ง 4 กรณี เพราะการแผ่รังสีไม่ขึ้นกับทิศทางการวาง ขึ้นกับค่า ε และอุณหภูมิเท่านั้น

ตารางสรุป “ผิวที่นำมาคิด” ของทุกรูปทรง (Face Coverage Matrix)

ตรวจตารางนี้ก่อนเลือกรูปทรงทุกครั้ง — สาเหตุอันดับหนึ่งที่ผลคำนวณผิด คือเข้าใจว่ารูปทรงหนึ่งคิดผิวครบทุกด้าน ทั้งที่จริงคิดเฉพาะผิวข้าง (หรือกลับกัน)

รูปทรงกลุ่ม✔ คิดพื้นที่ผิว ✘ ไม่คิดสูตรพื้นที่

คำศัพท์ผิวที่ใช้ในเครื่องมือนี้

คำที่ใช้หมายถึงสมการพาความร้อนที่ใช้ผลต่ออุณหภูมิผิว
ผิวข้าง / ผิวตั้งผิวที่ตั้งฉากกับพื้น เช่น ผนังถัง ผนังกล่อง ขอบแท่นอัด Churchill–Chu ผนังตั้ง · Lc = ความสูงปานกลาง
ผิวข้างทรงกระบอกนอนผิวโค้งของกระบอก/ท่อที่วางนอน Churchill–Chu ทรงกระบอกนอน · Lc = ODปานกลาง
ผิวบน / ผิวราบหันขึ้นหน้าราบที่หันขึ้นฟ้า เช่น ฝาถังบน หลังคาเตา 0.54Ra¼ / 0.15Ra⅓ · L* = D/4เย็นสุด (อากาศร้อนลอยขึ้นได้ดี)
ผิวล่าง / ผิวราบหันลงหน้าราบที่หันลงพื้น เช่น ก้นถังที่ยกลอย หัวถังล่าง 0.27Ra¼ · L* = D/4ร้อนสุด — อากาศร้อนถูกกักใต้ผิว
ผิวเอียงผิวกรวย พีระมิด hopper — เครื่องมือคิดเป็นผิวตั้งหรือหันลงตามที่เลือก ตามทิศทางที่เลือกในช่อง “ทิศทางผิว”ขึ้นกับมุมเอียง
ผิวที่แนบพื้นก้นที่วางบนพื้นคอนกรีต/ฐานรอง — ถ่ายเทเป็นการนำความร้อนลงพื้น ไม่ใช่การพา/แผ่รังสี ไม่คิดในเครื่องมือนี้ใช้รูปทรงกลุ่ม “วางบนพื้น”
ผิวที่เชื่อมกับชิ้นอื่นหน้าตัดที่ต่อกับลำตัวถัง ปลายท่อ หน้าแปลน ไม่คิด — เพราะไม่สัมผัสอากาศ—

กรณีวัตถุวางบนพื้น: ก้นที่แนบพื้นถ่ายเทความร้อนโดยการนำลงสู่พื้นคอนกรีต ซึ่งคำนวณด้วยสมการชุดนี้ไม่ได้ (ต้องใช้ shape factor ของ semi-infinite solid) โดยทั่วไปการสูญเสียทางพื้นคิดเป็น 5–15 % ของการสูญเสียรวม ถ้าต้องการรวมไว้ ให้เพิ่มชิ้นส่วน “พื้นที่ผิวกำหนดเอง” แล้วประมาณค่าตามสัดส่วนนี้

เลือกเฉพาะบางผิวของทรงกระบอก — ใช้รูปทรงไหน

ต้องการคิดผิวเลือกรูปทรงทิศทางผิวพื้นที่สมการพาความร้อน
เฉพาะผิวข้าง (แนวตั้ง)ทรงกระบอกตั้ง — เฉพาะผิวข้างผนังตั้งπDHChurchill–Chu ผนังตั้ง
เฉพาะผิวข้าง (แนวนอน)ทรงกระบอกนอน — เฉพาะผิวข้างทรงกระบอกนอนπDLChurchill–Chu ทรงกระบอกนอน
เฉพาะผิวบนทรงกระบอกตั้ง — เฉพาะผิวบนผิวราบหันขึ้นπD²/40.54Ra¼ / 0.15Ra⅓
เฉพาะผิวล่างทรงกระบอกตั้ง — เฉพาะผิวล่างผิวราบหันลงπD²/40.27Ra¼ — ต่ำสุด ผิวจึงร้อนสุด
ข้าง + บน + ล่าง ครบใช้ 3 ชิ้น หรือกดปุ่ม “แยกทรงกระบอกตั้งเป็น 3 ผิว”ตามแต่ละชิ้นπDH + 2(πD²/4)คิดแยกกันแล้วรวม Q
ทั้งใบในชิ้นเดียว (ปิด 2 ด้าน)ถังทรงกระบอกปิดสองด้านผนังตั้งπDH + πD²/2ใช้สมการผนังตั้งกับทุกผิว (ประมาณการ)
เปิดฝาบน (ถังเปิด)ถังทรงกระบอกเปิดฝาบนผนังตั้งπDH + πD²/4คิดผนัง + ก้นถัง ไม่คิดฝาบน
ฝา/แผ่นกลมทั่วไปฝาแบน / หน้าตัดกลมเลือกเองทั้ง 4 แบบπD²/4ตามทิศทางที่เลือก

ทำไมต้องแยก: ผิวราบหันลงมีการพาความร้อนต่ำกว่าผิวหันขึ้นถึง ~3 เท่า (0.27Ra¼ เทียบกับ 0.54Ra¼–0.15Ra⅓) ถ้ารวมทุกผิวเป็นชิ้นเดียวโดยใช้สมการผนังตั้ง จะประเมิน Q ของผิวล่างสูงเกินจริงและประเมินอุณหภูมิผิวล่างต่ำเกินจริง — ในงานที่ต้องตรวจเกณฑ์ผิวสัมผัสให้แยกคิดเสมอ

ลำดับการทำงานที่แนะนำ

  1. วัดขนาดอุปกรณ์หน้างาน แล้วเลือกรูปทรงจากคลังรูป (คลิกที่ปุ่มรูปทรงเพื่อเปิดคลัง)มาประกอบตามจริง (หัวถังบน + ลำตัว + ก้นถัง)
  2. กด “ใช้ D เดียวกันทุกชิ้น” เพื่อให้เส้นผ่านศูนย์กลางตรงกันและปรับสัดส่วนหัวถังเป็นค่ามาตรฐาน
  3. ใส่ Tf, Ta, ชั่วโมงทำงาน และเลือกฉนวน/ความหนาที่ใช้อยู่จริง
  4. ดู แท็บ 2 → ขั้นตอนการคำนวณ เพื่อตรวจย้อนกลับทุกค่าก่อนนำไปใช้ในรายงาน
  5. เทียบ Ts ที่คำนวณกับที่วัดด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน — ต่างเกิน 10 °C แสดงว่าฉนวนเสื่อม/เปียก
  6. ดู แท็บ 3 หาความหนาที่คุ้มค่า แล้วเลือกค่าที่มากกว่าระหว่างเกณฑ์เศรษฐศาสตร์กับเกณฑ์ความปลอดภัย 60 °C

เกณฑ์ตรวจสอบภาคสนาม

  • อุณหภูมิผิวสัมผัสปลอดภัย: งานตรวจวัดพลังงานไทยใช้เกณฑ์ผิวฉนวนไม่เกิน 60 °C ในบริเวณที่คนเข้าถึงได้ — แต่เกณฑ์ที่ถูกต้องขึ้นกับเวลาสัมผัสและชนิดวัสดุผิว ดูการ์ด “ความปลอดภัยผิวสัมผัส” ในแท็บ 2 ซึ่งคำนวณให้ตามหลัก ISO 13732-1 / ASTM C1055
  • ตรวจด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน: เทียบ Ts ที่คำนวณกับที่วัดจริง ต่างเกิน 10 °C แสดงว่าฉนวนเสื่อม/เปียก หรือมี thermal bridge
  • จุดที่มักถูกลืมหุ้ม: หน้าแปลน วาล์ว ขาถัง แมนโฮล ช่องมองระดับ หัวถังบน–ล่าง — ใช้รูปทรง “พื้นที่ผิวกำหนดเอง” เพิ่มเข้าไป
  • งานเย็น (cold service): ต้องตรวจว่า Ts สูงกว่าจุดน้ำค้างของอากาศ มิฉะนั้นเกิดหยดน้ำและ CUI — การ์ด “การควบคุมการกลั่นตัว” ในแท็บ 2 คำนวณจุดน้ำค้างและความหนาขั้นต่ำให้อัตโนมัติ
  • ข้อจำกัด: สมการนี้เป็นการถ่ายเทความร้อน 1 มิติต่อชิ้น ไม่รวม thermal bridge จากขาตั้ง/หูยก/nozzle ในทางปฏิบัติควรบวกเผื่อ 5–15 % ของค่าที่คำนวณได้

อ้างอิงตารางอ้างอิง — ขนาดท่อ · ความหนาเชิงพาณิชย์ · เกณฑ์ผิวสัมผัส

ก) ขนาดท่อมาตรฐาน NPS → เส้นผ่านศูนย์กลางนอก (OD)

กรอกค่า OD ในช่อง “เส้นผ่านศูนย์กลางนอก OD (m)” ของรูปทรง ท่อ / ท่อลมกลม — OD ของท่อเหล็กไม่ขึ้นกับ schedule (เปลี่ยนเฉพาะความหนาผนัง) จึงใช้ค่าเดียวกันได้ทุก Sch.

NPSOD (mm)OD (m) NPSOD (mm)OD (m) NPSOD (mm)OD (m)

ข) ความหนาฉนวนที่มีขายจริง (แนว ASTM C585)

ผลลัพธ์การคำนวณที่เป็นค่าต่อเนื่อง เช่น 63.7 mm ต้องปัดขึ้นเป็นขนาดที่ผลิตจริง มิฉะนั้นข้อกำหนดจะสั่งซื้อไม่ได้ · ความหนาเกิน 200–250 mm ปกติทำได้โดยซ้อนสองชั้น (double layer) และควรวางรอยต่อสลับกัน (staggered joint) เพื่อลดการรั่วความร้อนที่รอยต่อ

ค) เกณฑ์อุณหภูมิผิวที่เริ่มทำให้ผิวหนังบาดเจ็บ

ค่าอ้างอิงตาม ISO 13732-1:2006 Table 1 (ขีดเริ่มเกิดการบาดเจ็บ — burn threshold) แนวคิดเดียวกับ ASTM C1055 ที่โปรแกรม 3E Plus ใช้ · ควรทวนกับตัวมาตรฐานฉบับจริงก่อนอ้างอิงในเอกสารรับรอง

ชนิดวัสดุผิวที่สัมผัส1 วินาที10 วินาที 60 วินาที10 นาที8 ชั่วโมง b = √(kρc)

ค่า b (thermal effusivity) ยิ่งสูง วัสดุยิ่งดึงความร้อนเข้าสู่ผิวหนังเร็ว — จึงเป็นเหตุผลที่ผิวโลหะที่อุณหภูมิเดียวกัน “ร้อนกว่า” ผิวผ้าใยแก้วอย่างชัดเจนเมื่อสัมผัส (ผิวหนังมนุษย์ b ≈ 1,150 J/m²·K·√s)

ง) ช่วงเสี่ยงการกัดกร่อนใต้ฉนวน (CUI)

เหล็กกล้าคาร์บอน: ผิวโลหะอยู่ในช่วง −12 ถึง 175 °C = ช่วงเสี่ยงสูงสุด (น้ำคงตัวเป็นของเหลวใต้ฉนวน)
สเตนเลสออสเทนิติก: เสี่ยง chloride stress corrosion cracking ในช่วง 50 ถึง 150 °C
ความเสี่ยงสูงสุด: อุปกรณ์ที่ทำงานเป็นรอบ ร้อน–เย็นสลับกัน · จุดที่ฝนสาดเข้าได้ · ใต้ขาแขวนและจุดที่วัสดุหุ้มฉีกขาด
มาตรการ: เคลือบผิวโลหะก่อนหุ้ม · ปิดผนึกวัสดุหุ้มให้น้ำไม่เข้า · ทำจุดระบายน้ำที่ต่ำสุดของแนวท่อ · ตรวจเปิดฉนวนสุ่มตามรอบเวลา

เลือกรูปทรงเรขาคณิต

คลิกที่รูปเพื่อเลือก — เส้นประสีเขียวในรูปคือความยาวลักษณะเฉพาะ (Lc) ที่ใช้ในสมการพาความร้อน