Triple E Technology Co., Ltd.

Gas & Air Flow Unit Converter Rev.01 · Compressed Air Suite

ชุดเครื่องมือตรวจวัดระบบอากาศอัดครบวงจร — แปลงหน่วยการไหล · ความชื้นและ Pressure Dew Point · ภาระคอนเดนเสทและการเลือก Dryer · ความเร็วและ ΔP ในท่อ · Specific Power และ Air Leak
ทุกแท็บใช้สภาวะร่วมกันและส่งค่าข้ามกันได้ · อ้างอิง Atlas Copco Compressed Air Manual 6th ed. · ISO 1217 · ISO 8573-1:2010 · ISO 13443

7 โมดูล · 9 แผนผัง · คำอธิบายครบทุกช่องกรอก · ไฟล์เดียว ใช้ออฟไลน์ได้
แปลงหน่วยการไหล
ความชื้น & Dew Point
คอนเดนเสท & เลือก Dryer ใหม่
ติดตามน้ำรายจุด ใหม่
ความเร็ว & ΔP ในท่อ
Specific Power & Air Leak ใหม่
หน่วยวิศวกรรมทั่วไป
สภาวะอ้างอิง & นิยาม
▸ อ่านก่อนใช้ — แท็บแปลงหน่วยการไหล

แท็บนี้ตอบคำถามเดียว คือ “ค่าการไหลที่วัดได้หรือที่สเปกระบุมา ถ้าเปลี่ยนไปอีกฐานอ้างอิงหนึ่งจะเป็นเท่าไร” ค่าการไหลของก๊าซไม่มีความหมายถ้าไม่ระบุอุณหภูมิ ความดัน และความชื้นของฐานที่ใช้

ลำดับการใช้งาน

  1. เลือกชนิดก๊าซ ระบบจะเติมมวลโมเลกุลให้อัตโนมัติ หากเป็นก๊าซผสมให้เลือก “กำหนดเอง” แล้วใส่ค่า M เอง
  2. เลือกฐานของค่าที่ป้อน แล้วใส่ตัวเลขกับหน่วย — ถ้าค่ามาจากเครื่องมือวัดลมให้เลือก Actual
  3. กรอกสภาวะตรวจวัดจริง ณ จุดที่วัด (อุณหภูมิ ความดันสัมบูรณ์ ความชื้น) — มีปุ่มช่วยแปลง bar(g) เป็น kPa abs
  4. ตรวจสภาวะอ้างอิงทั้งสามชุดให้ตรงกับที่ใช้ในสัญญาหรือรายงาน แล้วอ่านผลจากตารางเทียบทุกฐาน
  5. กดปุ่มส่งค่าไปแท็บอื่นเพื่อคำนวณความเร็วในท่อ ความชื้น หรือภาระคอนเดนเสทต่อ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ความดันเกจแทนความดันสัมบูรณ์ — ต้องบวก 101.325 kPa ก่อนเสมอ
  • เทียบ specific power ก่อน–หลังปรับปรุงด้วยค่าการไหลคนละฐาน ทำให้ผลประหยัดคลาด 5–10 %
  • ลืมว่า FAD ของผู้ผลิตส่วนใหญ่อ้างอิง ISO 1217 Annex C (20 °C, 100 kPa, แห้ง) ซึ่งไม่เท่ากับสภาวะหน้างานไทย

1) ข้อมูลนำเข้า — ค่าที่ทราบ (Input)

ค่าการไหลที่ทราบ — เลือกฐานอ้างอิงของค่าที่ป้อน

2) สภาวะตรวจวัดจริง (Actual / Measured Condition)

อ้างอิงบรรยากาศ 101.325 kPa

3) สภาวะอ้างอิงที่ใช้แปลง (Reference Conditions)

Dry-gas basis: ปริมาตรที่แปลงแล้วบรรจุ “ก๊าซแห้ง” เท่ากัน โดยไอน้ำถูกปรับให้ตรง RH ของสภาวะปลายทาง (สอดคล้องกับการทำงานจริงที่มี air dryer / กับดักน้ำ)

4) ผลการแปลงหน่วย (Results)

ตารางเทียบทุกฐานอ้างอิง

ฐานอ้างอิงT (°C)P (kPa a)RH (%) m³/minm³/hL/s cfmρ (kg/m³)

สมดุลมวลและความชื้น

เครื่องอัดอากาศ (air compressor) เครื่องวัดอัตราการไหลอัลตราโซนิก ถังพักลม (air receiver) วาล์ว (valve) ค่าการไหลเดียวกัน เขียนได้ 4 ตัวเลข — ต้องระบุฐานอ้างอิงเสมอ อากาศชุดเดียวกันที่ไหลผ่านระบบ 7 bar(g) 35 °C แสดงเป็นตัวเลขต่างกันเกือบ 8 เท่า ขึ้นกับฐานที่ใช้รายงาน อัตราการไหลเดียวกัน แสดงในหน่วย m³/min FAD Free Air Delivery 20 °C · 101.325 kPa · 65 %RH 10.000 สเปกเครื่องอัดอากาศ (ISO 1217) Sm³ Standard 15 °C · 101.325 kPa · 0 %RH 9.682 อุตสาหกรรมก๊าซ (ISO 13443) Nm³ Normal 0 °C · 101.325 kPa · 0 %RH 9.178 ไอเสีย CEMS การเผาไหม้ มลพิษ Actual ในท่อจริง 35 °C · 8.013 bar a · 13.5 %RH 1.311 ค่าที่เครื่องมือวัดอ่านได้ตรง ๆ แถบยาวตามสัดส่วนของค่าตัวเลข — Actual สั้นที่สุดเพราะอากาศถูกอัดให้เหลือปริมาตรราว 1 ใน 8 วัดด้วยอะไร ได้ฐานไหน มาตรวัดความเร็วลม / พิโตต์ ได้ Actual เสมอ ต้องแปลงก่อนเทียบสเปก Thermal mass flow meter อ่านเป็น Nm³ หรือ Sm³ ตรวจสภาวะที่ตั้งในเครื่อง สเปกจากผู้ผลิตเครื่องอัด เป็น FAD ตาม ISO 1217 Annex C กับดักที่ทำให้ผลประหยัดคลาดเคลื่อน การเทียบ specific power ก่อน–หลังปรับปรุงด้วยค่าการไหลคนละฐาน ทำให้ผลประหยัดคลาดได้ 5–10 % โดยที่ตัวเลขดูสมเหตุสมผลทุกอย่าง รายงานทุกฉบับต้องระบุ อุณหภูมิ ความดัน และความชื้นของฐานอ้างอิงที่ใช้ กำกับค่าการไหลเสมอ ที่มา: คำนวณด้วยวิธีอนุรักษ์โมลก๊าซแห้ง | FAD 10 m³/min ที่ 20 °C, 101.325 kPa, 65 %RH | ปลายทาง 7 bar(g), 35 °C, PDP +3 °C | Triple E TRIPLE E TECHNOLOGY
รูปที่ 7  ค่าการไหลเดียวกัน เขียนได้ 4 ตัวเลข — ต้องระบุฐานอ้างอิงเสมอ

▸ อ่านก่อนใช้ — แท็บความชื้นและ Pressure Dew Point

แท็บนี้แปลงค่าความชื้นทุกรูปแบบให้เทียบกันได้ และช่วยวินิจฉัยเมื่อเครื่องมือวัดสองยี่ห้ออ่านค่าไม่ตรงกัน หัวใจคือ ค่า %RH ที่เซนเซอร์อ่านได้ในท่อไม่ขึ้นกับความดันเลย ส่วนค่า ADP และปริมาณน้ำต่อ Nm³ ขึ้นกับความดันเต็มที่

ลำดับการใช้งาน

  1. กรอกความดันใช้งานเป็น bar(g) และอุณหภูมิอากาศในท่อ ณ จุดที่เสียบโพรบจริง
  2. เลือกว่าค่าที่อ่านได้จากเครื่องมือเป็นรูปแบบใด แล้วใส่ตัวเลข
  3. ตรวจอนุสัญญาใต้ 0 °C ให้ตรงกับที่เครื่องมือใช้ — ต่างกันได้ถึง 4 เคลวินที่ −40 °C
  4. อ่านผลลัพธ์ทั้ง 10 ค่าและชั้นคุณภาพ ISO 8573-1 ที่ระบบจัดให้
  5. ถ้าเทียบเครื่องมือสองตัว ให้ดูตารางความไวของผลลัพธ์ก่อนว่าผลต่างที่พบอยู่ในเกณฑ์อธิบายได้หรือไม่

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • นำค่า PDP ของเครื่องหนึ่งไปเทียบกับค่า ADP ของอีกเครื่องโดยตรง — ต่างกัน 22 K ที่ 6 bar(g)
  • ป้อนความดันเกจให้เครื่องที่ต้องการความดันสัมบูรณ์ ทำให้ค่า ADP ที่คำนวณคลาด 0.5–4.7 K
  • ใช้เซนเซอร์คาปาซิทีฟทั่วไปวัดลมที่แห้งกว่า −20 °C ซึ่งอยู่นอกขีดความสามารถของเซนเซอร์ชนิดนั้น

1) ข้อมูลนำเข้าจากหน้างาน (Field Input)

2) ผลการแปลงค่า (Results)

เครื่องอัดอากาศ (air compressor) ถังพักลม (air receiver) น้ำ / คอนเดนเสท เทอร์โมมิเตอร์ / อุณหภูมิ อากาศชุดเดียวกัน รายงานได้สองค่า — PDP กับ ADP ปริมาณน้ำไม่เปลี่ยน แต่ตัวเลขที่อ่านได้ต่างกัน 23.5 K เพราะอ้างอิงคนละความดัน ในท่อความดัน 7 bar(g) — อ่านได้ Pressure Dew Point อากาศอัดในท่อ p = 8.013 bar abs T = 35 °C ความดันย่อยไอน้ำ e 7.79 mbar สัดส่วนโดยปริมาตร 972 ppm v/v น้ำต่อ Nm³ ลมอิสระ 0.782 g/Nm³ ความชื้นสัมพัทธ์ในท่อ 13.5 %RH อุณหภูมิที่น้ำเริ่มควบแน่น ณ ความดันนี้ +3.0 °C PDP · °Ctpd คลายความดัน สู่บรรยากาศ หลังคลายสู่ 1 atm — อ่านได้ Atmospheric Dew Point ความดันย่อยไอน้ำ e 0.985 mbar สัดส่วนโดยปริมาตร 972 ppm v/v น้ำต่อ Nm³ ลมอิสระ 0.782 g/Nm³ ความชื้นสัมพัทธ์ที่ 35 °C 1.75 %RH อุณหภูมิที่น้ำเริ่มควบแน่นที่ความดันบรรยากาศ -20.5 °C ADP · °Ctd ข้อสรุปที่ต้องจำ สัดส่วนโดยปริมาตรและปริมาณน้ำต่อ Nm³ ของลมอิสระ ไม่เปลี่ยนเลยทั้งสองฝั่ง — น้ำเท่าเดิม อากาศเท่าเดิม แต่ตัวเลขอุณหภูมิจุดน้ำค้างต่างกัน 23.5 K เพราะ PDP อ้างอิงความดัน 8.013 bar ส่วน ADP อ้างอิง 1.013 bar การนำสองค่านี้มาเทียบกันตรง ๆ คือความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในการตรวจวัดความชื้นอากาศอัด ที่มา: คำนวณด้วยสมการ Magnus/Sonntag + enhancement factor (Buck 1981) | สภาวะ 7 bar(g), อากาศในท่อ 35 °C | Triple E TRIPLE E TECHNOLOGY
รูปที่ 1  อากาศชุดเดียวกันรายงานได้สองค่า — PDP กับ ADP ต่างกัน 23.5 เคลวินที่ 7 bar(g)

3) ความไวของผลลัพธ์ — ใช้ตัดสินว่าเครื่องมือ 2 ตัวต่างกัน “ผิดปกติ” หรือไม่

ถ้าผลต่างระหว่างเครื่องมือสองยี่ห้ออยู่ในช่วงเหล่านี้ ถือว่าอธิบายได้ด้วยความไม่แน่นอนปกติ ไม่ใช่เครื่องเสีย

4) ตารางแปลงค่า 0 – 20 bar(g)

ขั้นตอนการแปลงค่าความชื้นให้เทียบกันได้ระหว่างเครื่องมือต่างยี่ห้อ ทุกเส้นทางบรรจบที่ความดันย่อยของไอน้ำ e ซึ่งเป็นปริมาณกลางที่ไม่ขึ้นกับวิธีรายงาน %RH และ T ที่วัดในท่อ e = (RH/100) · f(p) · p_s(T_gas) Pressure dew point (PDP) e = f(p) · p_s(T_PDP) ppm v/v หรือ g/Nm³ e = ppmv × p / 10⁶ ความดันย่อยของไอน้ำ e หน่วย mbar ปริมาณกลางที่ทุกฝ่ายต้องตรงกัน ต้องทราบเสมอ ความดันสัมบูรณ์ ณ จุดวัด p = p_gauge + 1.013 bar Pressure dew point f(p)·p_s(T_PDP) = e ใช้เทียบกับสเปก ISO 8573-1 Atmospheric dew point f(p_atm)·p_s(T_ADP) = e·(p_atm/p) ใช้เทียบกับเครื่องที่รายงานฐานบรรยากาศ ปริมาณน้ำต่อ Nm³ g/Nm³ = 803.7 · e / p ใช้คิดภาระคอนเดนเสทและขนาด dryer กฎเหล็กสำหรับการรายงานผล ค่า dew point ที่รายงานต้องมาพร้อม 4 อย่างเสมอ: ฐานความดัน (PDP หรือ ADP) · ความดันสัมบูรณ์ ณ จุดวัด · อุณหภูมิอากาศในท่อ · อนุสัญญาใต้ 0 °C (เหนือน้ำหรือเหนือน้ำแข็ง) ที่มา: p_s ตาม Magnus/Sonntag, f(p) ตาม Buck (1981) | ทวนสอบกับตารางภาคผนวก Atlas Copco คลาดไม่เกิน 0.4 % | Triple E TRIPLE E TECHNOLOGY
รูปที่ 6  ขั้นตอนการแปลงค่าความชื้นให้เทียบกันได้ระหว่างเครื่องมือต่างยี่ห้อ
ความสัมพันธ์ระหว่างความดันใช้งานกับอุณหภูมิจุดน้ำค้าง อากาศชุดเดียวกัน (ปริมาณน้ำต่อ Nm³ คงที่) ถูกอัดไปยังความดันต่าง ๆ ตั้งแต่ 0 ถึง 20 bar(g) -40 -20 0 +20 +40 +60 +80 0 2 4 6 8 10 12 14 16 18 20 ความดันใช้งาน (bar gauge) Pressure Dew Point (°C) -11 °C ADP −40 °C +18 °C ADP −20 °C +49 °C ADP 0 °C +79 °C ADP +20 °C 7 bar(g) กฎง่ายสำหรับหน้างาน ความดันสัมบูรณ์เพิ่มเป็นสองเท่า อุณหภูมิจุดน้ำค้างสูงขึ้นประมาณ 11 K ที่ใกล้อุณหภูมิห้อง และประมาณ 6 K เมื่อลมแห้งระดับ −40 °C ที่มา: คำนวณด้วยสมการ Magnus/Sonntag + enhancement factor (Buck 1981) | แกนนอนเป็นสเกลลอการิทึมของความดันสัมบูรณ์ | Triple E TRIPLE E TECHNOLOGY
รูปที่ 2  อุณหภูมิจุดน้ำค้างของอากาศชุดเดียวกันที่ความดัน 0 ถึง 20 bar(g)

5) วินิจฉัยเมื่อเครื่องมือสองยี่ห้ออ่านค่าไม่ตรงกัน

หลักการชี้ขาด : ค่า %RH ที่เซนเซอร์อ่านได้ในท่อ ไม่ขึ้นกับความดันเลย เพราะ RH = ps(PDP) / ps(Tgas) ซึ่งไม่มีเทอมความดันอยู่ในสมการ
ดังนั้นถ้าเครื่องมือทั้งสองเสียบอยู่ในท่อเดียวกันและอ่าน RH กับ T ตรงกัน มันต้องให้ PDP ตรงกัน โดยไม่ต้องรู้ความดันเลย — ความดันมีผลเฉพาะตอนแปลงไปเป็น ADP หรือปริมาณน้ำต่อ Nm³ เท่านั้น
ผังวินิจฉัยเมื่อเครื่องมือวัดความชื้นสองเครื่องอ่านค่าไม่ตรงกัน ไล่ตามลำดับจากบนลงล่าง — ตัดสาเหตุที่ให้ผลต่างใหญ่ที่สุดออกก่อนเสมอ 1 ทั้งสองเครื่องรายงานฐานความดันเดียวกันหรือไม่ เครื่องหนึ่งแสดง PDP (°Ctpd) อีกเครื่องแสดง ADP (°Ctd) 10 – 35 K 2 ความดันที่ป้อนเข้าเครื่องเป็นความดันสัมบูรณ์หรือไม่ พิมพ์ 7 bar(g) แทน 8.013 bar(a) ทำให้ค่า ADP ที่คำนวณคลาด 0.5 – 4.7 K 3 ใช้อนุสัญญาใต้ 0 °C ตรงกันหรือไม่ frost point เหนือน้ำแข็ง เทียบกับ dew point เหนือน้ำ 1.3 – 4.3 K 4 อุณหภูมิที่สองเครื่องอ่านได้ตรงกันหรือไม่ โพรบไม่สมดุลความร้อนกับท่อ หรือติดตั้งใกล้จุดร้อน 0.5 – 0.85 K/K 5 ค่าที่วัดอยู่ในย่านวัดของทั้งสองเครื่องหรือไม่ โพรบย่านมาตรฐานหลายรุ่นวัดได้เพียง −20 °Ctpd ขึ้นไป ไม่มีความหมาย 6 ผลต่างเกินความไม่แน่นอนรวมของทั้งสองเครื่องหรือไม่ ที่ PDP −40 °C ความไม่แน่นอนตามสเปกรวมกันได้ถึง 8 K 1 – 8 K 7 ติดตั้งและเก็บตัวอย่างอย่างถูกวิธีหรือไม่ dead leg, สายอ่อนคายน้ำ, รอยรั่ว, เวลาปรับสมดุลไม่พอ ไม่จำกัด ขนาดผลต่างที่อธิบายได้ เกณฑ์ตัดสินสุดท้าย ถ้าผ่านข้อ 1 ถึง 5 แล้วผลต่างที่เหลือยังไม่เกินความไม่แน่นอนรวมของทั้งสองเครื่อง ให้ถือว่าเครื่องมือทั้งคู่ใช้งานได้ปกติ รายงานผลโดยระบุค่าเฉลี่ยพร้อมช่วงความไม่แน่นอน ไม่ต้องเลือกว่าเครื่องใดถูกหรือผิด แต่ถ้าผลต่างยังเกินเกณฑ์ ให้ตรวจข้อ 7 เรื่องการติดตั้งก่อนสรุปว่าเครื่องมือชำรุด ที่มา: เรียบเรียงจากสเปกผู้ผลิต Testo และ VPInstruments ประกอบการคำนวณเชิงทฤษฎี | Triple E TRIPLE E TECHNOLOGY
รูปที่ 4  ผังวินิจฉัยเมื่อเครื่องมือวัดความชื้นสองเครื่องอ่านค่าไม่ตรงกัน

กลุ่ม A — ต่างเพราะ “ฐานอ้างอิง” ไม่ใช่เพราะอากาศ

กลุ่ม B — ต่างเพราะขีดความสามารถของเซนเซอร์

ยิ่งลมแห้ง ความคลาดเคลื่อนของเซนเซอร์ยิ่งถูกขยายเป็นอุณหภูมิจุดน้ำค้าง ผลของความคลาดเคลื่อน ±1 %RH (สัมบูรณ์) ต่อค่า dew point ที่รายงาน เมื่ออากาศในท่ออยู่ที่ 35 °C 0 1 2 3 4 5 6 ความคลาดเคลื่อนของ dew point (K) PDP %RH ที่เซนเซอร์เห็น +10 21.84 ±0.68 K +3 13.50 ±1.05 K 0 10.89 ±1.27 K −10 4.63 ±2.43 K −20 1.84 ±5.67 K PDP −40 °C — นอกสเกลกราฟ ความชื้นสัมพัทธ์ที่เซนเซอร์เห็น 0.229 %RH ความคลาดเคลื่อนจาก ±1 %RH ±39 K ต้องใช้โพรบ trace humidity ที่สอบเทียบที่จุดแห้ง PDP −70 °C — นอกสเกลกราฟ ความชื้นสัมพัทธ์ที่เซนเซอร์เห็น 0.005 %RH ความคลาดเคลื่อนจาก ±1 %RH ±1 443 K เกินขีดความสามารถของเซนเซอร์ชนิดโพลิเมอร์ทุกรุ่น ข้อสรุป: ต่ำกว่า PDP −20 °C ผลต่างระหว่างเครื่องมือสองยี่ห้อระดับ 4–8 K ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติตามสเปก ไม่ใช่ข้อบ่งชี้ว่าเครื่องใดเครื่องหนึ่งชำรุด ที่มา: คำนวณจาก dT/d(ln e) ของสมการ Magnus | เทียบสเปก Testo 6740 ที่ระบุ ±1 K ที่ 0 °Ctpd และ ±4 K ที่ −40 °Ctpd | Triple E TRIPLE E TECHNOLOGY
รูปที่ 5  ยิ่งลมแห้ง ความคลาดเคลื่อนของเซนเซอร์ยิ่งถูกขยายเป็นอุณหภูมิจุดน้ำค้าง

กลุ่ม C — ต่างเพราะการติดตั้งและวิธีเก็บตัวอย่าง

ผลต่างที่ “อธิบายได้” เมื่อเครื่องหนึ่งรายงาน PDP อีกเครื่องรายงาน ADP

▸ อ่านก่อนใช้ — แท็บคอนเดนเสทและการเลือกเครื่องทำลมแห้ง

แท็บนี้คำนวณว่าน้ำเข้าระบบเท่าไร ถูกแยกออกที่ขั้นตอนใดบ้าง และเหลือไปกับลมเท่าไร จากนั้นเทียบเครื่องทำลมแห้ง 6 ชนิดว่าชนิดใดผ่านสเปก PDP ที่ต้องการโดยใช้พลังงานน้อยที่สุด

ลำดับการใช้งาน

  1. ใส่อัตราการผลิตลมและเลือกฐานของค่านั้นให้ถูก — ระบบจะแก้ปริมาตรอากาศดูดเข้าตามอุณหภูมิให้เอง
  2. ใส่สภาวะอากาศดูดเข้าที่แย่ที่สุดของปี (ร้อนและชื้นที่สุด) เพื่อให้ได้ภาระออกแบบสูงสุด
  3. ใส่อุณหภูมิทางออกอาฟเตอร์คูลเลอร์จากการวัดจริง ค่านี้กำหนดว่าน้ำถูกแยกออกได้มากแค่ไหนก่อนถึง dryer
  4. ตั้ง PDP เป้าหมายตามการใช้งานจริง ไม่ใช่ตั้งต่ำไว้ก่อน เพราะ PDP ที่ต่ำเกินจำเป็นคือค่าใช้จ่ายที่แพงที่สุดในระบบ
  5. อ่านตารางเปรียบเทียบ dryer และคำแนะนำที่ระบบสรุปให้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ค่า FAD ตามสเปกที่ 20 °C มาคูณกับความหนาแน่นไอน้ำที่อุณหภูมิหน้างาน โดยไม่แก้ปริมาตร
  • ลืมว่า purge ของ desiccant แบบ heatless กินลมถึง 15–20 % ของกำลังผลิต ซึ่งเป็นค่าไฟจริงทุกชั่วโมง
  • เลือกขนาดกับดักระบายน้ำจากค่าเฉลี่ย แทนที่จะเผื่อ 1.5–2 เท่าสำหรับวันที่ชื้นที่สุด

1) ข้อมูลระบบ (System Input)

Dryer แบบ drum ใช้ความร้อนอัด (MD/HOC) ต้องใช้ลมร้อน ~130–200 °C จากเครื่องอัดไร้น้ำมันเท่านั้น — เครื่องฉีดน้ำมันลมออก ~80 °C และมีไอน้ำมัน จึงไม่นำมาเสนอ

2) สมดุลน้ำและภาระคอนเดนเสท (Water Balance)

เครื่องอัดอากาศ (air compressor) เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน (heat exchanger) น้ำ / คอนเดนเสท ถังพักลม (air receiver) สมดุลน้ำในระบบอากาศอัด — น้ำเข้ามาเท่าไร ถูกแยกออกที่ไหน อากาศดูดเข้า 35 °C 70 %RH · FAD 10 m³/min · ระบบ 7 bar(g) · อาฟเตอร์คูลเลอร์ออก 45 °C · ทำแห้งถึง PDP +3 °C น้ำที่เข้าระบบ พร้อมอากาศดูดเข้า 16.62 kg/h ≈ 399 ลิตรต่อวัน เครื่องอัดอากาศ อาฟเตอร์คูลเลอร์ + separator อิ่มตัวที่ 45 °C คอนเดนเสทที่แยกออก 9.91 เครื่องทำลมแห้ง PDP +3 °C คอนเดนเสทที่แยกออก 6.26 ลมแห้งที่ส่งให้ผู้ใช้ 0.451 kg/h น้ำที่ยังไปกับลม รวมคอนเดนเสทที่ต้องระบายออก 16.17 kg/h ≈ 388 ลิตรต่อวัน — คิดเป็น 97.3 % ของน้ำที่เข้าระบบ เลือกกับดักระบายน้ำที่รองรับได้อย่างน้อย 1.5–2 เท่าของค่านี้ เผื่อวันที่อากาศชื้นสูงสุด และตรวจการทำงานของกับดักเป็นประจำ ที่มา: วิธีคำนวณตาม Atlas Copco Compressed Air Manual 6th ed. หัวข้อ 5.4.1 | ประสิทธิภาพ water separator 85 % | Triple E TRIPLE E TECHNOLOGY
รูปที่ 8  สมดุลน้ำในระบบอากาศอัด — น้ำเข้ามาเท่าไร ถูกแยกออกที่ไหน

คอนเดนเสทแยกตามขั้นตอน

3) การเลือกชนิดเครื่องทำลมแห้ง (Dryer Selection)

วิธีคิดต้นทุนพลังงาน: purge loss = %purge × FAD × specific power ; ค่าไฟ = (purge + กำลังเครื่องทำลมแห้ง) × ชั่วโมง × อัตราค่าไฟ
ที่มาของค่า purge: Atlas Copco Compressed Air Manual 6th ed. หัวข้อ 2.4.1.5 ระบุว่า cold regenerative ต้องใช้ลมประมาณ 15–20 % ของกำลังผลิตที่ 7 bar(e) และ “Lower PDP requires a greater leakage air flow”
ข้อควรระวัง: ค่า purge และกำลังไฟเป็นค่าทั่วไปสำหรับประเมินเบื้องต้น — งานจริงต้องใช้ตัวเลขจากผู้ผลิตรุ่นนั้น ๆ

▸ อ่านก่อนใช้ — แท็บ Specific Power และ Air Leak

แท็บนี้ตอบสองคำถามที่ใช้ตัดสินใจลงทุนบ่อยที่สุด คือ เครื่องอัดอากาศที่ใช้อยู่กินไฟเกินเกณฑ์หรือไม่ และระบบรั่วอยู่เท่าไรคิดเป็นเงินปีละเท่าไร

ลำดับการใช้งาน

  1. ใส่กำลังไฟที่วัดได้จริงด้วยเพาเวอร์มิเตอร์ ไม่ใช่ค่าที่เนมเพลต
  2. ใส่ FAD ที่ฐานเดียวกับที่ผู้ผลิตประกาศ แล้วเลือกชนิดเครื่องเพื่อเทียบกับช่วงอ้างอิงที่ถูกต้อง
  3. ทดสอบการรั่วในช่วงหยุดผลิต โดยปิดเครื่องจักรผู้ใช้ลมและวาล์วสาขาที่ไม่ได้ใช้ทั้งหมด
  4. เลือกวิธีทดสอบตามที่ทำได้หน้างาน แล้วกรอกเวลาหรือความดันที่จับได้
  5. ประเมินผลประหยัดจากการลดความดันตั้ง โดยตรวจก่อนว่าเครื่องจักรปลายทางรับความดันใหม่ได้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เทียบ specific power ของเครื่องที่จ่ายคนละความดันโดยไม่แก้ค่า — ระบบแก้ให้แล้วด้วย (p₂/p₁)^0.286
  • ทดสอบการรั่วขณะยังมีเครื่องจักรบางตัวทำงานอยู่ ทำให้ค่าที่ได้สูงเกินจริง
  • ลดความดันตั้งโดยไม่สำรวจ ΔP ในระบบจ่าย ทำให้ปลายทางความดันไม่พอ

1) Specific Power — สมรรถนะเครื่องอัดอากาศ

เทียบกับช่วงอ้างอิงทั่วไป (ที่ 7 bar g)

2) ประเมินอัตราการรั่วของระบบ (Air Leak Test)

เครื่องอัดอากาศ (air compressor) ถังพักลม (air receiver) เกจวัดความดัน (pressure gauge) แคลมป์มิเตอร์ (clamp meter) การทดสอบอัตราการรั่วของระบบอากาศอัด 2 วิธี ทำในช่วงที่ปิดเครื่องจักรผู้ใช้ลมทั้งหมด — ลมที่เครื่องอัดยังต้องผลิตอยู่คืออัตราการรั่วของระบบ วิธีที่ 1 — จับเวลา load / unload load unload t load t unload Q leak = FAD × t load / ( t load + t unload ) = 10 × 45 / (45 + 255) = 1.50 m³/min วิธีที่ 2 — จับเวลาความดันตกในถังพักลม p1 p2 เวลา t (วินาที) ความดันในถัง (bar g) Q leak = V × (p1 − p2) / p atm × 60 / t = 3 × 2 / 1.013 × 60 / 180 = 1.97 m³/min เกณฑ์ประเมินและข้อควรระวัง ระบบที่ดูแลดีควรรั่วต่ำกว่า 10 % ของกำลังผลิต · 10–20 % ควรวางแผนอุดรอยรั่ว · เกิน 20 % มักคืนทุนภายในไม่กี่เดือน ต้องปิดวาล์วสาขาที่ไม่ได้ใช้จริง มิฉะนั้นค่าที่ได้จะรวมการใช้ลมของเครื่องจักรที่ยังเปิดค้างอยู่เข้าไปด้วย ที่มา: แนวปฏิบัติงานตรวจวัดพลังงานระบบอากาศอัด | ตัวอย่างคำนวณที่ FAD 10 m³/min | Triple E TRIPLE E TECHNOLOGY
รูปที่ 9  การทดสอบอัตราการรั่วของระบบอากาศอัด 2 วิธี
ปิดเครื่องจักรผู้ใช้ลมทั้งหมด ปล่อยให้เครื่องอัดทำงานตามรอบธรรมชาติ

3) ผลประหยัดจากการลดความดันตั้ง (Pressure Reduction)

▸ อ่านก่อนใช้ — แท็บติดตามน้ำรายจุด

แท็บนี้ตอบคำถามที่ตารางความชื้นทั่วไปตอบไม่ได้ คือ “ในระบบจริงของผม น้ำควบแน่นออกมาที่จุดไหนบ้าง จุดละเท่าไร และค่า PDP กับ ADP ที่แต่ละจุดเป็นเท่าไร” โดยไล่คำนวณต่อเนื่องจากทางดูดอากาศไปจนถึงจุดใช้งาน

ลำดับการใช้งาน

  1. กรอกปริมาณอากาศที่ดูดเข้า พร้อมอุณหภูมิและความชื้นของอากาศ ณ ทางดูด — ใช้ค่าที่ร้อนและชื้นที่สุดของปีสำหรับงานออกแบบ
  2. กำหนดจุดตรวจวัดตามระบบจริง โดยเลือกชนิดอุปกรณ์ในแต่ละแถว ระบบจะเปลี่ยนไอคอนและพฤติกรรมการระบายน้ำให้เอง
  3. ใส่ความดันเกจและอุณหภูมิที่วัดได้จริงของแต่ละจุด — ความดันควรลดลงตามลำดับตาม ΔP ของอุปกรณ์และท่อ
  4. ติ๊ก “ระบายน้ำ” เฉพาะจุดที่มีกับดักระบายน้ำติดตั้งอยู่จริง ถ้าจุดใดเกิดน้ำแต่ไม่มีกับดัก ระบบจะขึ้นคำเตือนให้
  5. อ่านแถบเส้นทางของน้ำและตารางผลลัพธ์ แล้ว export CSV แนบเข้ารายงานได้ทันที

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • คิดว่าอากาศร้อนที่ออกจากเครื่องอัดเป็นอากาศแห้ง — ที่ 80 °C 7 bar(g) ความชื้นสัมพัทธ์ยังสูงถึงราว 67 % และอยู่เหนือจุดน้ำค้างเพียง 9 K
  • ตกใจกับคอลัมน์ g/m³ ที่จุดความดันสูง — เป็น m³ ที่ถูกอัดแน่น เมื่อคิดต่อ Nm³ แล้วเท่าเดิมทุกประการ
  • คิดว่าการลดความดันทำให้น้ำหายไป — น้ำเท่าเดิม แต่ PDP ตกลงเพราะความดันย่อยของไอน้ำลดลง

1) ลมที่เข้าระบบ (Air drawn in)

2) กำหนดจุดตรวจวัดในระบบ (Stations)

เลือกชนิดอุปกรณ์ในแต่ละแถว ระบบจะเปลี่ยนไอคอนและพฤติกรรมการระบายน้ำให้เอง · ติ๊ก “ระบายน้ำ” ที่จุดซึ่งมีกับดักระบายน้ำติดตั้งจริง

3) เส้นทางของน้ำ (Water path)

PDP — ในท่อ ADP — เทียบ 1 atm น้ำต่อ Nm³ ลมอิสระ คอนเดนเสทที่ระบายออก

4) ตารางผลลัพธ์ทุกจุด (Results)

5) วิธีอ่านตาราง Dew point → g/m³ ให้ถูก

เครื่องอัดอากาศ (air compressor) เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน (heat exchanger) ถังพักลม (air receiver) น้ำ / คอนเดนเสท วาล์ว (valve) ถังเก็บ (storage tank) เส้นทางของน้ำในระบบอากาศอัด — PDP ADP และคอนเดนเสท ณ ทุกจุด อากาศดูดเข้า 10 m³/min ที่ 35 °C 75 %RH · ระบบ 7 bar(g) · เครื่องทำลมแห้งแบบสารทำความเย็น PDP +3 °C 1 ดูดเข้า 1 atm · 35 °C 2 ทางออกโรเตอร์ ก่อน aftercooler 3 หลัง aftercooler + separator 4 ถังพักเปียก อิ่มตัวที่ 38 °C 5 หลัง refrigerated dryer 6 ถังพักลมแห้ง 7 ท่อส่งลมหลัก 8 หลังชุดปรับ ความดัน 4 bar(g) 9 ปล่อยสู่ บรรยากาศ ความดัน (bar เกจ) 0.0 7.0 7.0 6.9 6.8 6.7 6.5 4.0 0.0 อุณหภูมิอากาศ (°C) 35 80 45 38 25 30 32 32 32 PDP — ในท่อ (°C) 29.8 70.7 45.0 38.0 3.0 2.8 2.5 −2.7 −20.3 ADP — เทียบ 1 atm (°C) 29.8 29.8 10.2 4.9 −20.3 −20.3 −20.3 −20.3 −20.3 น้ำต่อ m³ ในท่อ (g/m³) 29.60 204.27 67.10 47.37 5.66 5.49 5.32 3.55 0.72 น้ำต่อ Nm³ ลมอิสระ (g/Nm³) 33.39 33.39 9.88 6.91 0.80 0.80 0.80 0.80 0.80 คอนเดนเสทที่ระบายออก (g/min) – – 208.4 26.4 54.1 – – – – ADP และ g/Nm³ เปลี่ยนค่าเฉพาะจุดที่มีน้ำถูกระบายออก (จุด 3, 4, 5) จึงเป็นตัวติดตาม “ปริมาณน้ำ” ที่แท้จริง — จุด 5 ถึง 9 ค่าคงที่ที่ −20.3 °C และ 0.80 g/Nm³ ตลอด PDP เปลี่ยนทุกครั้งที่ความดันหรืออุณหภูมิเปลี่ยน (จุด 6 ถึง 9) จึงเป็นตัวบอก “ความเสี่ยงควบแน่น ณ จุดนั้น” — ลดความดันแล้วลมแห้งขึ้นทันทีโดยไม่ต้องเอาน้ำออกเลย ที่มา: คำนวณด้วยสมการ Magnus/Sonntag + enhancement factor (Buck 1981) | สมมุติว่าคอนเดนเสทที่กลั่นตัวถูกระบายออกหมดทุกจุด | Triple E TRIPLE E TECHNOLOGY
รูปที่ 10  ตัวอย่างเส้นทางของน้ำครบ 9 จุด — ADP และ g/Nm³ เปลี่ยนเฉพาะจุดที่ระบายน้ำ ส่วน PDP เปลี่ยนทุกครั้งที่ความดันเปลี่ยน
ตาราง Dew point → g/m³ บอกว่า “อากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร ที่อุณหภูมินั้น อุ้มน้ำได้สูงสุดกี่กรัม” — ค่านี้ไม่ขึ้นกับความดันเลย เพราะ ρ = ps(T)/(Rv·T) ซึ่งมีแต่ตัวแปรอุณหภูมิ นี่คือเหตุผลที่ตารางไม่มีคอลัมน์ความดัน
แต่ 1 m³ ที่ 7 bar(g) มีอากาศอัดแน่นอยู่ราว 8 เท่า เมื่อคิด “ต่อลมที่ผู้ใช้ได้จริง” น้ำจึงน้อยลง 8 เท่า — นี่คือที่มาของความต่างระหว่าง PDP กับ ADP ทั้งหมด

สูตร 3 บรรทัดที่ทำให้ตารางใช้ได้ทุกกรณี

① น้ำต่อ m³ ในท่อ   = ρตาราง(PDP) × (PDP + 273) / (Tท่อ + 273)

② น้ำต่อ Nm³ ลมอิสระ = ρตาราง(ADP) × (ADP + 273) / 273

③ คอนเดนเสท       = [ ② ก่อนจุดนั้น − ② หลังจุดนั้น ] × Nm³/min ของลม
กฎที่ตัดความสับสนได้ถาวร
ADP = ตัวติดตามปริมาณน้ำ — เปลี่ยนค่าเฉพาะจุดที่มีน้ำถูกเอาออกจริง เท่ากับคอลัมน์ g/Nm³ คนละหน่วย
PDP = ตัวบอกความเสี่ยงควบแน่น ณ จุดนั้น — เปลี่ยนทุกครั้งที่ความดันหรืออุณหภูมิเปลี่ยน ลดความดันแล้ว PDP ตกทันทีโดยไม่ต้องเอาน้ำออกเลยสักหยด
น้ำจะเกิดตรงไหน — เทียบ PDP กับอุณหภูมิผิวท่อ ณ จุดนั้น ถ้า PDP สูงกว่า น้ำเกิดแน่นอน
▸ อ่านก่อนใช้ — แท็บความเร็วและ ΔP ในท่อ

แท็บนี้ตรวจว่าท่อที่ใช้อยู่มีความเร็วลมเหมาะสมหรือไม่ และประเมินความดันตกคร่าว ๆ ความเร็วที่สูงเกินเกณฑ์ทำให้ ΔP เพิ่มตามกำลังสองของความเร็ว และเป็นสาเหตุหลักของการสูญเสียในระบบจ่ายลม

ลำดับการใช้งาน

  1. ใส่อัตราการไหลจริงในท่อเป็น m³/min ที่ความดันในท่อ — ดึงจากแท็บแรกได้ด้วยปุ่มส่งค่า
  2. เลือกชนิดของไหลเพื่อให้ระบบใช้เกณฑ์ความเร็วที่ถูกต้อง
  3. เลือกขนาดท่อหรือใส่เส้นผ่านศูนย์กลางภายในเอง สำหรับท่อสี่เหลี่ยมให้ใส่กว้างและสูงแทน
  4. เลือกแหล่งความหนาแน่น — แนะนำให้ใช้ ρ จริงจากแท็บการไหล เพราะ ΔP แปรผันตรงกับ ρ
  5. ดูตารางความเร็วตามขนาดท่อเพื่อเลือกขนาดที่เหมาะสม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ค่าการไหลฐาน FAD หรือ Nm³ มาหารพื้นที่ท่อโดยตรง ทำให้ความเร็วสูงเกินจริงหลายเท่า
  • ประเมิน ΔP ด้วยความหนาแน่นคงที่ ทั้งที่ระบบทำงานคนละความดันกับค่าที่สมมติไว้
  • ลืมรวมความยาวเทียบเท่าของข้องอ วาล์ว และอุปกรณ์ประกอบ ซึ่งมักมากกว่าความยาวท่อตรงหลายเท่า

ความเร็วในท่อ & การเลือกขนาดท่อ (Pipe Velocity & Sizing)

ตารางความเร็วตามขนาดท่อ (ที่อัตราการไหลนี้)

ขนาดท่อID (mm)พื้นที่ (mm²)ความเร็ว (m/s)ประเมิน

ตัวแปลงหน่วยวิศวกรรมทั่วไป (General Engineering Unit Converter)

หน่วยค่าหมายเหตุ

ข้อกำหนดศัพท์: ในเครื่องมือชุดนี้ BHP = Boiler Horsepower (แรงม้าหม้อไอน้ำ) = 9.8095 kW = 33,475 BTU/h = อัตราการผลิตไอน้ำ 34.5 lb/h จากน้ำ 100 °C เป็นไอน้ำอิ่มตัว 100 °C — ไม่ใช่ Brake Horsepower ของมอเตอร์ (ใช้สัญลักษณ์ hp)

สภาวะอ้างอิงและนิยามที่ใช้ (Definitions & Reference States)

ฐานมาตรฐาน / ที่มาTP (abs)RHหมายเหตุการใช้งาน
Nm³ (Normal)DIN 1343 / IUPAC (เดิม)0 °C101.325 kPa0 %งานก๊าซเชื้อเพลิง ไอเสีย CEMS การคำนวณการเผาไหม้ ค่ามาตรฐานมลพิษ
Sm³ (Standard)ISO 1344315 °C101.325 kPa0 %อุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติ ปิโตรเลียม สัญญาซื้อขายก๊าซ
SCFM (US)API / US practice60 °F (15.56 °C)14.696 psia0 %ก๊าซธรรมชาติสหรัฐฯ (ระวังสับสนกับ CAGI)
FADISO 1217 Annex C20 °C100 kPa0 %สเปกเครื่องอัดอากาศสากล — ค่าที่ผู้ผลิตประกาศส่วนใหญ่
Standard AirCAGI / ASME68 °F (20 °C)14.696 psia36 %SCFM แบบอเมริกันสำหรับอากาศอัด
FAD (ภาคสนาม)ค่าที่ผู้ใช้กำหนด20 °C101.325 kPa65 %ใช้ตามที่ระบุในขอบเขตงาน/สัญญา — ต้องระบุในรายงานเสมอ
ACFM / Actualสภาวะ ณ จุดตรวจวัดวัดจริงวัดจริงวัดจริงค่าที่เครื่องมือวัด (anemometer, orifice, pitot) อ่านได้โดยตรง

สมการที่ใช้

pws(T) : ASHRAE Fundamentals (Hyland–Wexler) — สมการความดันไออิ่มตัว

pw = RH × pws(T)  ;  pg = P − pw

Dry-gas basis (แนะนำ):
  ṅg = pg,1·V̇1 / (Z1·R·T1)  →  V̇2 = ṅg·R·T2 / pg,2
  ⇒ V̇2 = V̇1 × (T2/T1) × (P1−RH1pws1)/(P2−RH2pws2) ÷ Z1

Total-mole basis (สูตรง่าย):
  V̇2 = V̇1 × (P1/P2) × (T2/T1) ÷ Z1

มวลก๊าซแห้ง ṁg = ṅg·M  ;  มวลไอน้ำ ṁw = ṅw·18.01528
อัตราส่วนความชื้น W = 0.621945 × pw/(P−pw)  (kg น้ำ/kg อากาศแห้ง)
ความหนาแน่นรวม ρ = (pg·M + pw·18.01528)/(R·T·1000)  kg/m³
เครื่องอัดอากาศ (air compressor) เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน (heat exchanger) ถังพักลม (air receiver) น้ำ / คอนเดนเสท เทอร์โมมิเตอร์ / อุณหภูมิ วาล์ว (valve) ตำแหน่งติดตั้งเซนเซอร์วัดความชื้น และค่าที่ควรอ่านได้ในแต่ละจุด ระบบอากาศอัดมาตรฐาน — ค่า dew point เปลี่ยนไปตลอดเส้นทาง จุดวัดที่ต่างกันจึงให้ค่าที่ต่างกันโดยชอบธรรม เครื่องอัดอากาศ อากาศเข้า 35 °C φ = 75 % ADP 29.9 °C อาฟเตอร์คูลเลอร์ ออก 45 °C φ = 100 % PDP 45 °C ถังพักลม เย็นลงถึง 38 °C φ = 100 % PDP 38 °C เครื่องทำลมแห้ง ลมแห้งออก ISO class 4 PDP +3 °C กรองและจ่ายลม ในท่อ 35 °C RH 13.5 % PDP +3 °C จุดใช้งาน หลังลดเหลือ 2 bar(g) ลมขยายตัว PDP −13 °C จุดวัดที่ให้ค่าไม่มีความหมาย ก่อนเครื่องทำลมแห้ง อากาศอิ่มตัว 100 %RH — เซนเซอร์อ่านค้างที่ค่าสูงสุด ไม่สามารถบอกได้ว่าอากาศชื้นแค่ไหน บอกได้เพียงว่ามีน้ำเหลวปนอยู่ และเซนเซอร์ที่โดนน้ำเหลวจะคืนตัวช้ามากเมื่อย้ายไปวัดจุดที่แห้ง จุดวัดที่ถูกต้องสำหรับเปรียบเทียบเครื่องมือ หลังเครื่องทำลมแห้งและหลังกรอง ในท่อความดันเต็มระบบ ติดตั้งสองเครื่องอนุกรมกันห่างไม่เกิน 1 เมตร ไม่มีอุปกรณ์คั่น เดินอากาศผ่านต่อเนื่อง 30–60 นาที ก่อนอ่านค่าเปรียบเทียบ เหตุผลที่จุดใช้งานอ่านได้ต่ำกว่าจุดหลังเครื่องทำลมแห้ง หลังวาล์วลดความดันเหลือ 2 bar(g) อากาศชุดเดิมมีความดันย่อยของไอน้ำต่ำลง อุณหภูมิจุดน้ำค้างจึงลดลงตามไปด้วย ทั้งที่ปริมาณน้ำต่อ Nm³ เท่าเดิม ที่มา: ผังตาม Atlas Copco Compressed Air Manual 6th ed. หัวข้อ 3.2 | ตัวเลขคำนวณที่อากาศเข้า 35 °C 75 %RH, ระบบ 7 bar(g) | Triple E TRIPLE E TECHNOLOGY
รูปที่ 3  ตำแหน่งติดตั้งเซนเซอร์วัดความชื้น และค่าที่ควรอ่านได้ในแต่ละจุด

นิยามที่เกี่ยวกับความชื้นในอากาศอัด

คำศัพท์นิยามหน่วยที่พบบนหน้าจอเครื่องมือขึ้นกับความดันหรือไม่
Pressure dew point (PDP)อุณหภูมิที่ไอน้ำเริ่มควบแน่น ณ ความดันใช้งานจริงในท่อ°Ctpd · °C PDPนิยามที่ความดันนั้น
Atmospheric dew point (ADP)อุณหภูมิที่ไอน้ำเริ่มควบแน่นเมื่อคลายอากาศชุดนั้นสู่ความดันบรรยากาศ°Ctd · °C ADPขึ้นกับความดันเต็มที่
Frost pointค่าเดียวกันแต่คิดสมดุลเหนือน้ำแข็งเมื่อต่ำกว่า 0 °C°C fpต่างจาก dew point เหนือน้ำ 2.3 K ที่ −20 °C
ความชื้นสัมพัทธ์ในท่อRH = ps(PDP) / ps(Tgas)%RHไม่ขึ้นกับความดัน
ปริมาณน้ำต่อ m³ ในท่อρv = 100·e/(Rv·T)·1000g/m³ไม่ขึ้นกับความดัน
ปริมาณน้ำต่อ Nm³ ลมอิสระ803.7 · e / pg/Nm³ขึ้นกับความดัน
ข้อกำหนดการรายงานผล: ค่า dew point ที่รายงานต้องมาพร้อม 4 อย่างเสมอ — ฐานความดัน (PDP หรือ ADP) · ความดันสัมบูรณ์ ณ จุดวัด · อุณหภูมิอากาศในท่อ · อนุสัญญาใต้ 0 °C (เหนือน้ำหรือเหนือน้ำแข็ง)
มาตรฐาน ISO 8573-1:2010 กำหนดชั้นคุณภาพความชื้นด้วย pressure dew point เสมอ

สมการความดันไออิ่มตัวสองชุดที่ใช้ในเครื่องมือนี้

แท็บ แปลงหน่วยการไหล ใช้ ASHRAE Fundamentals (Hyland–Wexler) ตามของเดิม · แท็บ ความชื้น & Dew Point และ คอนเดนเสท ใช้ Magnus/Sonntag เพื่อให้ตรงกับตารางในรายงาน “อุณหภูมิจุดน้ำค้างในอากาศอัด Rev.01” ทุกหลัก
t (°C)Magnus/Sonntag (mbar)ASHRAE Hyland–Wexler (mbar) ผลต่าง (%)ผลต่างเมื่อคิดเป็น dew point (K)

ข้อควรระวังในการใช้งานภาคสนาม

  • เครื่องมือวัดลม (vane/hot-wire anemometer, pitot) อ่านค่าเป็น Actual เสมอ ต้องแปลงก่อนเทียบสเปก FAD
  • Mass flow meter (thermal) มักอ่านเป็น Nm³ หรือ Sm³ อยู่แล้ว — ตรวจสอบสภาวะอ้างอิงที่ตั้งไว้ในเครื่องก่อนใช้
  • เมื่อเทียบสมรรถนะเครื่องอัดอากาศ (Specific Power, kW/(m³/min)) ต้องใช้ฐานเดียวกันทั้งก่อน–หลัง มิฉะนั้นผลประหยัดจะคลาดเคลื่อนได้ 5–10 %
  • อากาศอัดที่ผ่าน dryer แล้ว RH ที่ปลายทางต่ำมาก — เลือก “Dry-gas basis” จะสะท้อนความจริงกว่า
  • ก๊าซไอเสีย: ค่ามาตรฐานการระบายมลพิษของไทยมักอ้างอิงที่ Nm³ แห้ง ที่ O₂ อ้างอิง — ต้องแก้ทั้งอุณหภูมิ ความชื้น และ O₂