🌀
HOT AIR DRYER ASSESSMENT
เตาอบลมร้อนจากน้ำร้อน / น้ำมันร้อน / ไอน้ำ · TRIPLE E TECHNOLOGY
v1.3 IAPWS-IF97 · ASHRAE Psychrometrics พพ. / ISO 50001
ต้องรู้ข้อมูลอะไรบ้าง — DATA REQUIREMENTS
ผังระบบและจุดตรวจวัด (System Schematic & Measurement Points)
แหล่งความร้อน Hot Water Boiler / Thermal Oil Heater / Steam P ปั๊มหมุนเวียน น้ำร้อน / น้ำมันร้อนกลับ (Return) อากาศภายนอก Fresh / Make-up Air กล่อง ผสมลม Mixing พัดลมจ่ายลม เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน Air Heater Coil (ของเหลว → ลม) ลมร้อน เตาอบ / เครื่องอบแห้ง ถังหมุน / ถาด ผลิตภัณฑ์เปียกเข้า ผลิตภัณฑ์แห้งออก ลมทิ้ง (Exhaust) ความร้อนสูญเสียหลัก ลมหมุนเวียนกลับ (Recirculation) — ลมที่วนกลับไม่ได้พาน้ำออกจากระบบ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12
อ่านผังอย่างไร — เส้นสีส้ม = ของไหลนำความร้อน (น้ำร้อน / น้ำมันร้อน / ไอน้ำ), เส้นสีน้ำเงิน = อากาศ, เส้นประสีเขียวน้ำทะเล = ลมหมุนเวียนกลับ, เส้นสีเขียว = ผลิตภัณฑ์ ตัวเลขในวงกลมคือ 12 จุดตรวจวัด ที่ต้องเก็บข้อมูลให้ครบจึงจะปิดสมดุลพลังงานได้
ตารางข้อมูลที่ต้องเก็บ 12 จุด — ต้องใช้เครื่องมืออะไร
จุดข้อมูลที่ต้องวัดหน่วย เครื่องมือความสำคัญใช้คำนวณอะไร
1อุณหภูมิของไหลร้อน ขาจ่าย เข้า Coil (Tin) และความดันในระบบ°C , bar gThermometer / RTD บนท่อ, เกจความดันบังคับพลังงานที่แหล่งจ่าย, ตรวจว่าน้ำร้อนไม่เดือด
2อุณหภูมิของไหลร้อน ขากลับ (Tout)°CThermometer / IR + insulation tapeบังคับΔT ของไหล → Qsource
3อัตราการไหลของไหลร้อน (หรืออัตราไอน้ำ / คอนเดนเสท)m³/hr, kg/hrUltrasonic flow meter / มาตรวัดติดตั้งอยู่ / ชั่งคอนเดนเสทบังคับQsource = ṁ·(hin−hout)
4อุณหภูมิกระเปาะแห้ง + ความชื้นสัมพัทธ์ อากาศภายนอก°C , %RHThermo-hygrometerบังคับWamb จุดอ้างอิงของสมดุลพลังงาน
5อัตราการไหลลมจ่าย (ความเร็วลม × พื้นที่ท่อ)m/s → m³/hrHot-wire anemometer / Pitot tube + micromanometerบังคับṁอากาศแห้ง ตัวแปรหลักที่สุด
6อุณหภูมิลมร้อน เข้าเตา (Supply air)°CThermocouple K / Data loggerบังคับภาระความร้อนที่ Coil, ε ของ HX
7อุณหภูมิ + %RH ลมทิ้ง (Exhaust)°C , %RHThermo-hygrometer ทนอุณหภูมิ (>80 °C ใช้หัววัดพิเศษ)บังคับความร้อนทิ้ง + ตรวจสอบไขว้กับมวลน้ำที่ระเหย
8อัตราการไหลลมทิ้ง (หรือสัดส่วนลมหมุนเวียน R)m³/hr หรือ %Anemometer ที่ท่อทิ้ง / อ่านตำแหน่ง damperควรมีแยกลมสด/ลมหมุนเวียน → ความร้อนทิ้งจริง
9น้ำหนักผลิตภัณฑ์เข้า-ออก และ ความชื้น เข้า-ออกkg , %wbเครื่องชั่ง + Moisture analyzer (อบ 105 °C) หรือชั่งก่อน-หลังอบบังคับมวลน้ำที่ระเหย ṁevap = ตัวตั้งของประสิทธิภาพ
10อุณหภูมิผิวเปลือกเตา + พื้นที่ผิว (แยกโซน)°C , m²กล้องถ่ายภาพความร้อน (IR camera) + ตลับเมตรควรมีความร้อนสูญเสียทางผิว (Qwall)
11กำลังไฟฟ้าพัดลม / มอเตอร์ขับถังkWPower analyzer / Clamp meterควรมีพลังงานไฟฟ้า + ความร้อนจากพัดลมที่เข้าไปในลม
12เวลารอบการทำงาน: เวลาอบ / เวลาโหลด-อันโหลด / ชั่วโมงต่อปีนาที , hr/ปีจับเวลา + สอบถามฝ่ายผลิต / ดู log เครื่องบังคับแปลงผลเป็นต่อปี, หาเวลาเดินตัวเปล่า (idle)
เคล็ดลับหน้างาน — ถ้าวัดอัตราการไหลของไหลร้อน (จุด 3) ไม่ได้จริง ๆ ให้ใช้ ฝั่งลมเป็นตัวตั้ง แทน คือ Q = ṁอากาศ·(hลมร้อน − hลมผสม) แล้วย้อนกลับไปหาอัตราการไหลของไหลร้อนจาก ΔT ที่วัดได้ เครื่องมือนี้คำนวณทั้งสองฝั่งให้พร้อมกันและแสดง % การปิดสมดุล (Energy Balance Closure) เพื่อบอกว่าข้อมูลชุดไหนน่าเชื่อถือกว่า
ลำดับการใช้เครื่องมือ 6 ขั้น
1
แท็บ 1 — แหล่งความร้อน: เลือกชนิดของไหล (น้ำร้อน / น้ำมันร้อน / ไอน้ำ) ใส่อุณหภูมิ ความดัน และอัตราการไหล → ได้ Qsource
2
แท็บ 2 — ลมร้อน: ใส่สภาวะอากาศภายนอก อัตราการไหลลม อุณหภูมิลมจ่าย-ลมทิ้ง และสัดส่วนลมหมุนเวียน → ได้ psychrometrics ครบทั้งวงจร
3
แท็บ 3 — ผลิตภัณฑ์: เลือกชนิดเครื่องอบ (ถังหมุน / ตู้ถาด / สายพาน) ใส่น้ำหนักและความชื้นเข้า-ออก → ได้ ṁevap
4
แท็บ 4 — สมดุลพลังงาน: ใส่ข้อมูลผิวเปลือกเตา → ได้ Sankey, ประสิทธิภาพ, SEC, SMER และ % การปิดสมดุล
5
แท็บ 5 — มาตรการ: ติ๊กมาตรการที่สนใจ ปรับค่าเป้าหมาย → ได้ผลประหยัด kWh/ปี, บาท/ปี และระยะเวลาคืนทุน
6
แท็บ 8 — สรุป: บันทึกเป็นไฟล์ JSON เก็บไว้ / โหลดกลับมาแก้ / พิมพ์รายงานภาษาไทยเป็น PDF
ข้อควรระวังเฉพาะของ "ลมร้อนจากของเหลวร้อน"

🔴 น้ำร้อน > 100 °C ต้องเป็นระบบอัดความดัน — น้ำร้อน 180 °C มีความดันอิ่มตัว 10.03 bar a (≈ 9.0 bar g) ถ้าความดันในระบบต่ำกว่านี้น้ำจะเดือดกลายเป็นไอในท่อ (flashing) ปั๊มจะเกิด cavitation ปกติเดินระบบที่ 12–14 bar g เพื่อให้มี subcooling margin ≥ 20–30 °C เครื่องมือนี้ตรวจให้อัตโนมัติในแท็บ 1

🟠 ΔT ของไหลยิ่งกว้าง ยิ่งประหยัดค่าสูบ — น้ำร้อนออกแบบ ΔT 15–25 °C, น้ำมันร้อน ΔT 20–40 °C ถ้าวัดได้ ΔT แคบผิดปกติ (< 8 °C) มักหมายถึงอัตราการไหลมากเกินความจำเป็น หรือ coil ตัน/สกปรก

🟡 ไอน้ำต้องคิดที่ความร้อนแฝงเท่านั้น — ถ้าคืนคอนเดนเสทที่อุณหภูมิใกล้อิ่มตัว Q = ṁไอน้ำ·hfg ถ้าปล่อยคอนเดนเสททิ้ง (ไม่คืนหม้อไอน้ำ) ต้องคิดความสูญเสียเพิ่มในระดับระบบ ไม่ใช่ที่ตัวเตาอบ

🟢 อุณหภูมิลมสูงสุดถูกจำกัดโดยของไหล — ลมร้อนที่ทำได้จริงจะต่ำกว่าอุณหภูมิของไหลจ่ายเสมอ ด้วยค่า approach 20–50 °C (finned coil) เช่น น้ำร้อน 180 °C ทำลมได้ประมาณ 130–150 °C เท่านั้น ถ้าต้องการลมร้อนกว่านี้ ต้องเปลี่ยนไปใช้น้ำมันร้อน (สูงสุด ~300–330 °C) หรือเผาตรง

🔵 ระวังกับดักไอน้ำและอากาศค้างใน coil — coil ไอน้ำที่มี air pocket หรือ trap เสีย จะทำให้พื้นที่ถ่ายเทลดลงเป็นสิบเปอร์เซ็นต์ อาการคือ ΔT ลมต่ำผิดปกติทั้งที่ความดันไอน้ำปกติ

นิยามค่าประสิทธิภาพที่เครื่องมือนี้รายงาน
ดัชนีสูตรความหมาย / ค่าอ้างอิง
ηระเหย (Evaporation Efficiency) Qevap / Qลมร้อน × 100 สัดส่วนความร้อนที่ใช้ระเหยน้ำจริง — เตาอบลมร้อนทั่วไป 35–60 %
ηความร้อน (Thermal Efficiency) (Qevap + Qผลิตภัณฑ์) / Qลมร้อน × 100 รวมความร้อนที่ใช้อุ่นตัวผลิตภัณฑ์ด้วย — สูงกว่าค่าบน 2–8 จุด
SEC (Specific Energy Consumption) Qลมร้อน / ṁevap MJ ต่อ kg น้ำที่ระเหย — ทฤษฎีต่ำสุด ≈ 2.4–2.6 · ดีมาก 3.0–3.5 · ทั่วไป 4.0–6.0 · ควรปรับปรุง > 7
SMER (Specific Moisture Extraction Rate) ṁevap / (Qลมร้อน ในหน่วย kWh) kg น้ำต่อ kWh — ส่วนกลับของ SEC · ทั่วไป 0.6–0.9 kg/kWh
ε (HX Effectiveness) (Tลมออก − Tลมเข้า) / (Tของไหลเข้า − Tลมเข้า) ประสิทธิผลของ coil — finned coil ที่สภาพดี 0.55–0.80
Closure (การปิดสมดุลพลังงาน) ΣQที่อธิบายได้ / Qลมร้อน × 100 คุณภาพของข้อมูลตรวจวัด — 85–105 % ถือว่ายอมรับได้ นอกช่วงนี้ให้กลับไปทวนข้อมูล
หลักการปิดสมดุล (ขอบเขต = ทั้งเครื่อง รวม coil, อ้างอิงอากาศภายนอกและน้ำเหลวที่อุณหภูมิผลิตภัณฑ์ขาเข้า) Q_ลมร้อน = Q_ระเหยน้ำ + Q_อุ่นผลิตภัณฑ์ + Q_ลมทิ้ง(sensible) + Q_ผิวเปลือกเตา + Q_ที่อธิบายไม่ได้ โดย Q_ระเหย = ṁ_evap · (2501 + 1.86·T_ลมทิ้ง − 4.186·T_ผลิตภัณฑ์เข้า) [kJ/hr] Q_ลมทิ้ง = ṁ_ลมสด · (1.006 + 1.86·W_amb) · (T_ลมทิ้ง − T_amb) [kJ/hr] ṁ_ลมสด = ṁ_อากาศแห้งทั้งหมด × (1 − สัดส่วนลมหมุนเวียน)
ข้อมูลทั่วไป & แหล่งความร้อน — GENERAL & HEAT SOURCE
ข้อมูลสถานประกอบการและการเดินเครื่อง ใช้แปลงผลเป็นรายปีและคิดเงิน
ชื่อโรงงาน/บริษัท — แสดงหัวรายงานและชื่อไฟล์ JSON
ชื่อเครื่อง/สายการผลิต เช่น เตาอบลมร้อน Line 2 (Tag ตามผัง)
วันที่เข้าตรวจวัด (พ.ศ.) — ปรากฏในรายงาน
ชื่อผู้ตรวจวัด/ทีม Triple E

ชั่วโมงที่เตาอบทำงานจริง ไม่ใช่ชั่วโมงเปิดโรงงาน
เช่น 2 กะ × 10 hr × 300 วัน = 6,000 hr/ปี
โรงงานส่วนใหญ่รู้ราคาเชื้อเพลิง แต่ไม่รู้ราคาความร้อนที่ปลายทาง — เลือกแบบแรกแล้วเครื่องมือคิดให้
ค่าไฟเฉลี่ยรวม Ft และค่าความต้องการพลังไฟฟ้า (ใช้กับพัดลม/มอเตอร์)
คำนวณอัตโนมัติจากเชื้อเพลิงด้านล่าง
ใช้หา NCV และค่าการปล่อย CO₂ · ชีวมวลถือเป็น biogenic รายงานแยกตามแนวทาง TGO
ราคาที่หน้าโรงงานรวมค่าขนส่ง
แก้ได้ถ้ามีผลวิเคราะห์เชื้อเพลิงจริง — ประกาศฐาน NCV/LHV เสมอ
ประสิทธิภาพของหม้อต้มน้ำร้อน / Thermal oil heater / หม้อไอน้ำ ที่จ่ายให้เตาอบนี้
เลือกชนิดของไหลนำความร้อน (Heat Transfer Fluid)
จุดตรวจวัด ① — วัดที่ท่อก่อนเข้า coil ให้ใกล้ coil ที่สุด
จุดตรวจวัด ② — ΔT ออกแบบทั่วไป 15–25 °C · ΔT แคบ < 8 °C แปลว่าปั๊มลมเกิน หรือ coil สกปรก
อ่านจากเกจที่ท่อจ่าย — เครื่องมือจะเทียบกับความดันอิ่มตัวและเตือนถ้าเสี่ยง flashing
จุดตรวจวัด ③ — ถ้าวัดไม่ได้ ให้ติ๊ก "คิดย้อนจากฝั่งลม" ด้านล่าง เครื่องมือจะหาให้จาก ΔT

ความร้อนที่สูญเสียไปกับท่อและวาล์วระหว่างแหล่งกำเนิดถึง coil — ท่อหุ้มฉนวนดี 96–98 %, หุ้มไม่ครบ 88–93 %
ใช้ประมาณพื้นที่ผิวถ่ายเทที่ต้องการ เพื่อเช็คว่า coil เดิมพอหรือไม่ / ออกแบบใหม่ต้องใหญ่แค่ไหน
ระวังฐานพื้นที่ — ค่านี้อ้างอิงพื้นที่ครีบ+ท่อรวม ถ้าใช้ฐานพื้นที่ผิวท่อเปล่าค่าจะสูงกว่านี้ ~8–12 เท่า
ลมร้อน & ไซโครเมตริก — AIR SIDE & PSYCHROMETRICS
สภาวะอากาศภายนอก (จุดตรวจวัด ④) — จุดอ้างอิงของสมดุลพลังงานทั้งหมด
วัดในร่ม ห่างจากแหล่งความร้อน/ผนังร้อน ≥ 1.5 m
ไทยกลางวันฤดูร้อน 55–70 % · ฤดูฝน 75–90 % — ค่านี้มีผลต่อกำลังการอบมาก
ระดับน้ำทะเล 101.325 · ทุกความสูง 100 m ลดลง ~1.2 kPa
จุดตรวจวัด ⑫ — 0 % = ทิ้งลมทั้งหมด (once-through), 50–70 % = ทั่วไปในเครื่องอบถังหมุน
ถ้าไม่รู้ ให้วัดอัตราการไหลที่ท่อทิ้ง ⑧ แล้วคิด R = 1 − (ลมทิ้ง/ลมจ่าย)
อัตราการไหลลมและอุณหภูมิ (จุดตรวจวัด ⑤ ⑥ ⑦)
Anemometer ให้ m/s → ต้องคูณพื้นที่ท่อ · วัดหลายจุดตามวิธี log-Tchebycheff แล้วเฉลี่ย
ค่าที่วัดได้ตามหน่วยที่เลือก · anemometer/pitot traverse ที่ท่อลมจ่ายหรือ nameplate พัดลม × ตัวคูณโหลด · เตาอบขนาดกลาง 1,000–10,000 m³/hr
สำคัญมาก — อากาศร้อนขยายตัว ถ้าวัดที่ท่อลมร้อน 130 °C แต่คิดที่ 30 °C จะผิดถึง 33 %
จุดตรวจวัด ⑥ — วัดหลัง coil ก่อนเข้าห้องอบ · ควรต่ำกว่าอุณหภูมิของไหลร้อนอย่างน้อย 20–50 °C
จุดตรวจวัด ⑦ — ลมทิ้งร้อนมาก = สิ้นเปลือง แต่ต่ำเกินไปจนใกล้จุดน้ำค้างจะเกิดหยดน้ำในท่อ
ถ้าวัดได้จะได้การตรวจสอบไขว้ที่ทรงพลังมาก — เครื่องมือจะเทียบมวลน้ำที่ลมพาออกกับมวลน้ำที่หายไปจากผลิตภัณฑ์
จุดตรวจวัด ⑪ — พัดลมจ่ายลม + พัดลมทิ้ง + มอเตอร์ขับถังหมุน (รวมกัน)
พัดลมที่อยู่ในกระแสลม ความร้อนเกือบทั้งหมดเข้าลม (85–95 %) · มอเตอร์อยู่นอกท่อ ใส่ 0–20 %
ตารางสภาวะอากาศ 4 จุดในวงจร (Psychrometric State Points)
W (Humidity Ratio) = มวลไอน้ำต่อมวลอากาศแห้ง 1 kg — เป็นตัวแปรที่ ไม่เปลี่ยนเมื่อเพียงให้ความร้อน ดังนั้น W ที่ลมผสมและลมร้อนจ่ายต้องเท่ากันเสมอ ส่วน W ที่ลมทิ้งเพิ่มขึ้นเพราะรับน้ำจากผลิตภัณฑ์
แผนภูมิไซโครเมตริก — เส้นทางกระบวนการ (Process Path)
อ่านกราฟ — เส้นแนวนอนจากจุดผสม → จุดลมร้อน คือ การให้ความร้อนอย่างเดียว (W คงที่, RH ลดลง) จากนั้นเส้นเฉียงขึ้นซ้ายไปจุดลมทิ้ง คือ การอบแห้ง (รับความชื้น อุณหภูมิลด) ซึ่งเดินเกือบขนานกับเส้น adiabatic saturation ถ้าจุดลมทิ้งอยู่ใกล้เส้นอิ่มตัวมาก (RH > 80 %) แสดงว่าลมน้อยเกินไป จะเสี่ยงควบแน่นและอบไม่แห้ง
ผลิตภัณฑ์ & สมดุลมวลน้ำ — PRODUCT & MOISTURE BALANCE
ชนิดเครื่องอบ
จุดตรวจวัด ⑨ — ชั่งจริงอย่างน้อย 3 รอบแล้วเฉลี่ย
เวลาที่จ่ายลมร้อนจริง ไม่รวมเวลาโหลด-อันโหลด
จุดตรวจวัด ⑫ — ถ้าช่วงนี้ยังจ่ายความร้อนอยู่ ถือเป็นความสูญเสีย ให้ติ๊กช่องด้านล่าง
ใช้แยก "ความร้อนที่ป้อนขณะไม่ได้อบ" ออกมาเป็นมาตรการประหยัดในแท็บ 5

ต้องประกาศฐานเสมอ — 20 %wb = 25 %db เป็นคนละตัวเลข ผิดพลาดตรงนี้ทำให้ผลประหยัดเพี้ยนทั้งรายงาน
วัดด้วย moisture analyzer หรือวิธีอบแห้ง 105 °C จนน้ำหนักคงที่
ค่าเป้าหมายตามข้อกำหนดผลิตภัณฑ์ — อบแห้งเกินความจำเป็นคือการสิ้นเปลืองที่พบบ่อยที่สุด
ใช้คำนวณความร้อนที่ใช้อุ่นตัวผลิตภัณฑ์ (มักเป็น 3–10 % ของภาระทั้งหมด)
cp ของแข็งแห้ง kJ/kg·K · เติมอัตโนมัติจากชนิดวัสดุ (แก้ได้) · ไม้ 1.3–1.9 · อาหาร/แป้ง 1.5–1.9 · เซรามิก 0.8–1.0
ถ้าเพิ่งผ่านการล้าง/จุ่มน้ำ อาจต่ำกว่าอุณหภูมิห้อง
วัดด้วย IR ทันทีที่นำออก — ความร้อนส่วนนี้ติดออกไปกับผลิตภัณฑ์ (บางกรณีนำกลับมาใช้ได้)
โปรแกรมคำนวณจากอัตราป้อน × ผลต่างความชื้น — ตัวเลขหลักของสมดุลมวลน้ำ
สูตรสมดุลมวลน้ำ (ต้องเข้าใจก่อนกรอกข้อมูล)
ฐานเปียก: MC_wb = มวลน้ำ / มวลรวม × 100 ฐานแห้ง: MC_db = มวลน้ำ / มวลของแข็งแห้ง × 100 แปลงกัน: MC_db = MC_wb / (100 − MC_wb) × 100 มวลของแข็งแห้ง (คงที่ตลอดกระบวนการ): m_solid = m_เปียกเข้า × (1 − MC_in,wb/100) มวลผลิตภัณฑ์ที่ออก: m_ออก = m_solid / (1 − MC_out,wb/100) มวลน้ำที่ระเหย: m_evap = m_เปียกเข้า − m_ออก [kg/รอบ หรือ kg/hr]
กับดักที่พบบ่อย — การอบจาก 22 %wb → 1.5 %wb ระเหยน้ำ 0.208 kg ต่อผลิตภัณฑ์เปียก 1 kg แต่ถ้าอบเกินไปถึง 0.5 %wb จะระเหยเพิ่มเป็น 0.218 kg คือ ใช้พลังงานเพิ่ม 4.7 % โดยไม่ได้มูลค่าเพิ่ม ยิ่งช่วงท้ายของการอบ อัตราการระเหยตกลงมาก (falling-rate period) พลังงานต่อกิโลกรัมน้ำจะแพงกว่าช่วงแรกหลายเท่า
สมดุลพลังงาน & ประสิทธิภาพ — ENERGY BALANCE & EFFICIENCY
ความร้อนสูญเสียทางผิวเปลือกเตาและท่อ (จุดตรวจวัด ⑩)
ถ่ายภาพความร้อนแล้ววัดพื้นที่จริง จะได้ตัวเลขที่ป้องกันได้ในรายงาน และใช้คิดผลประหยัดจากฉนวนได้ตรง
รวมเปลือกถัง ฝา ท่อลมร้อน และหน้าแปลน — วัดด้วยตลับเมตร แยกเป็นโซนถ้าอุณหภูมิต่างกันมาก
ผิวที่หุ้มฉนวนดีควรไม่เกิน อุณหภูมิห้อง + 20 °C (ประมาณ 50–55 °C) และปลอดภัยต่อการสัมผัส
ผิวมันวาวแผ่รังสีน้อยกว่ามาก — เปลือกอะลูมิเนียมหุ้มฉนวนจึงลดการสูญเสียได้สองทาง
ดัชนีชี้วัดหลัก (Key Performance Indicators)
แผนภาพการกระจายพลังงาน (Sankey / Heat Distribution)
ความสามารถในการพาความชื้นออก & หน้าต่างการเดินเครื่อง ใช้วินิจฉัยอาการ "ผลผลิตไม่แห้งบางรอบ"
หลักคิด — เตาอบไล่ความชื้นออกจากระบบได้ทางเดียวเท่านั้น คือไปกับลมสดที่ระบายทิ้ง ลมที่หมุนวนกลับไม่ได้พาน้ำออกจากระบบเลย ดังนั้น
ความสามารถพาความชื้นออก = ṁลมสด × (Wขีดจำกัด − Wอากาศภายนอก)
ถ้าค่านี้น้อยกว่าอัตราการระเหยที่ต้องการ ความชื้นจะสะสมวนอยู่ในระบบ อุณหภูมิจุดน้ำค้างของลมจะไต่ขึ้นเรื่อย ๆ จนแรงขับการอบแห้งหมดไป — ผลคือ ผลผลิตออกมาไม่แห้ง ทั้งที่อุณหภูมิลมยังปกติดี
ใช้ได้ดีเมื่อลมทิ้งอุณหภูมิไม่สูงนัก (< 70 °C)
ตัวชี้ขาดที่แท้จริงของเตาอุณหภูมิสูง — ผิวผลิตภัณฑ์แห้งต่ำกว่าจุดน้ำค้างของลมไม่ได้
T − Twb คือแรงขับการระเหย ถ้าต่ำกว่านี้อัตราการอบแห้งจะช้าจนเวลาในเตาไม่พอ
ความชื้นอากาศฤดูฝนสูงกว่าฤดูแล้ง และภาระผลิตแกว่ง — ต้องมี margin ไม่ใช่พอดีเป๊ะ
กราฟหาสัดส่วนลมหมุนเวียนที่เหมาะสม (Optimum Recirculation Sweep)
การตรวจสอบไขว้ 3 ทาง (Three-Way Cross Check)
ทำไมต้องตรวจสอบไขว้ — ข้อมูลตรวจวัดหน้างานมักมีความคลาดเคลื่อน เครื่องมือนี้คำนวณภาระความร้อนจาก 3 เส้นทางที่เป็นอิสระต่อกัน ถ้าทั้งสามใกล้เคียงกัน (ต่างกัน < 15 %) แปลว่าข้อมูลชุดนี้เชื่อถือได้ ถ้าต่างกันมาก ให้กลับไปทวนตัวที่วัดยากที่สุดก่อน คือ อัตราการไหลลม และ ความชื้นผลิตภัณฑ์
มาตรการอนุรักษ์พลังงาน & ระยะเวลาคืนทุน — ECM & PAYBACK
วิธีใช้ — ติ๊กเลือกมาตรการที่ทำได้จริงหน้างาน ปรับค่าเป้าหมายให้สมเหตุสมผล แล้วใส่เงินลงทุนโดยประมาณ เครื่องมือจะคำนวณผลประหยัดแบบ เรียงลำดับต่อเนื่อง (sequential) คือมาตรการที่ 3 คิดจากสภาพหลังทำมาตรการที่ 1–2 แล้ว จึงไม่เกิดการนับผลประหยัดซ้ำซ้อน (double counting) — ตัวเลขรวมท้ายตารางจึงนำไปใส่รายงาน พพ. ได้เลย
1. เพิ่มสัดส่วนลมหมุนเวียนกลับ (Increase Recirculation) —

ลมทิ้งของเตาอบส่วนใหญ่ยังแห้งเกินไป (RH ต่ำ) แปลว่ายังรับความชื้นได้อีกมาก การหมุนกลับมาใช้ซ้ำจะลดปริมาณลมสดที่ต้องอุ่นจากอุณหภูมิห้อง

สัดส่วนลมหมุนเวียนเป้าหมาย % · เตาอบทั่วไปทำได้ 50–80 % · จำกัดด้วย %RH ลมทิ้งด้านล่าง
เกินกว่านี้อัตราการอบจะช้าลงชัดเจนและเสี่ยงควบแน่นในท่อ
ท่อลมกลับ + damper ปรับอัตโนมัติ + เซนเซอร์ความชื้น
2. หุ้ม / ซ่อมฉนวนเปลือกเตาและท่อลมร้อน —

ลดอุณหภูมิผิวลงสู่ระดับปลอดภัย ผลประหยัดคำนวณจากการลดลงของทั้งการพาความร้อนและการแผ่รังสี

เกณฑ์ความปลอดภัยการสัมผัส: ≤ 60 °C สำหรับผิวโลหะ · เป้าหมายเชิงพลังงาน ≈ Tห้อง + 10–15 °C
บางส่วน เช่น ประตู ช่องบริการ หรือหน้าแปลน อาจหุ้มไม่ได้
ใยหินร็อกวูล 50–75 mm + เปลือกอะลูมิเนียม ติดตั้งแล้ว
3. ติดตั้งเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนลมทิ้ง → อุ่นลมสด (Air-to-Air Heat Recovery) —

ใช้ลมทิ้งที่ยังร้อนอุ่นลมสดก่อนเข้า coil — เหมาะมากเมื่อทำมาตรการที่ 1 จนเพิ่มลมหมุนเวียนไม่ได้แล้ว

เลือกชนิดอุปกรณ์นำความร้อนลมทิ้งกลับ — ประสิทธิผล ε เติมอัตโนมัติ (แก้ได้)
ประสิทธิผลการแลกเปลี่ยน ε (0–1) · plate 0.5–0.65 · wheel 0.65–0.8 · จากใบเสนอราคาผู้ผลิต
อุปกรณ์เพิ่มความดันตกคร่อม ต้องหักค่าไฟส่วนนี้ออกจากผลประหยัด
เงินลงทุนรวม บาท (อุปกรณ์ + ท่อ + ติดตั้ง) · จากใบเสนอราคา · plate HX 2,000–5,000 m³/hr ≈ 300,000–600,000 บาท
4. ปิดความร้อนช่วงโหลด-อันโหลด / ควบคุมอัตโนมัติ —

เครื่องอบแบบรอบจำนวนมากยังเปิดวาล์วความร้อนค้างไว้ระหว่างเปลี่ยนรอบ ความร้อนนี้ออกไปกับลมทิ้งและผิวเตาทั้งหมด

ขณะไม่มีของอบ ไม่มีการระเหย เหลือแต่ความร้อนที่ไปกับลมทิ้งและผิวเตา ปกติ 45–65 %
ต้องเผื่อเวลาอุ่นเครื่องกลับ (warm-up) ก่อนรอบถัดไป
วาล์วปิด-เปิดอัตโนมัติ + PLC/timer + สวิตช์ประตู
5. เลิกอบแห้งเกินความจำเป็น (ปรับความชื้นเป้าหมาย) —

มาตรการต้นทุนเกือบศูนย์ แต่ต้องได้รับการยืนยันจากฝ่ายคุณภาพก่อนเสมอ

ต้องยังอยู่ในข้อกำหนดผลิตภัณฑ์ — เก็บผลทดสอบไว้เป็นหลักฐาน
ค่าทดสอบคุณภาพและปรับตั้งเวลาอบ
6. ลดอัตราการไหลลมด้วย VSD (เมื่อลมทิ้งยังแห้งมาก) —

ประหยัดสองทาง: ค่าไฟพัดลมลดตามกฎกำลังสาม และความร้อนที่ไปกับลมทิ้งลดลงตามสัดส่วน — ใช้ได้เมื่อ %RH ลมทิ้งยังต่ำ

ลดอัตราการไหลลม % จากการปรับ VSD · ทั่วไป 10–25 % · ตรวจว่ายังอบทันและ %RH ลมทิ้งไม่เกินขีดจำกัด
ประสิทธิภาพรวม VSD × มอเตอร์ % · VSD 96–98 × มอเตอร์ IE3 90–95 ≈ 88–93 %
VSD + ตู้ควบคุม + งานติดตั้ง
7. หุ้มฉนวนท่อของไหลร้อน วาล์ว และหน้าแปลน —

วาล์วและหน้าแปลนที่เปลือยอยู่ 1 จุด สูญเสียความร้อนเทียบเท่าท่อหุ้มฉนวนยาว 1–2 เมตร — ใช้ฝาครอบถอดได้ (removable jacket)

ประสิทธิภาพส่งจ่ายเป้าหมายหลังปรับปรุงฉนวน/trap % · ระบบดี 95–98 %
เงินลงทุนฉนวนท่อ/ซ่อม trap/วาล์ว บาท · ฉนวนท่อไอน้ำ 2" ≈ 1,000–1,500 บาท/m · จากใบเสนอราคา
8. ซ่อมรอยรั่วและซีลประตู ลดอากาศเย็นแทรกเข้า (Infiltration) —

คิดจากส่วน "ความร้อนที่อธิบายไม่ได้" ในสมดุลพลังงาน ซึ่งส่วนใหญ่คือลมรั่วและลมเย็นแทรก — ใช้เครื่องวัดควันหรือกล้องความร้อนหาตำแหน่ง

สัดส่วนความร้อนที่อธิบายไม่ได้ (รั่ว/ประตูเปิด/ลมรั่ว) ที่ลดได้ % · ปิดรอยรั่ว/ซีลประตู ทั่วไป 30–60 %
เงินลงทุนซีลประตู/ปิดรอยรั่ว/ปรับ damper บาท · มักต่ำ 20,000–100,000 บาท
9. เปลี่ยนช่องระบายไอร้อนจากปรับด้วยมือ → ควบคุมอัตโนมัติตามความชื้นลมทิ้ง —

ปัญหาคลาสสิกของเตาอบที่หมุนวนลมเป็นหลักและใช้ damper มือ คือผู้ควบคุมปรับตามอาการ ไม่ได้ปรับตามค่าจริง — พอผลผลิตออกมาไม่แห้งจึงเปิดช่องระบายเพิ่ม (แก้ถูกทาง แต่ช้าไปแล้วหนึ่งวงรอบ) และมักเปิดเผื่อไว้มากเกินจำเป็น แล้วลืมปิดกลับเมื่ออากาศแห้งลงหรือภาระผลิตลดลง ผลคือได้ทั้งของเสียและพลังงานที่เสียเปล่าสลับกันไป

ทางแก้คือติดเซนเซอร์ความชื้น/จุดน้ำค้างที่ท่อลมทิ้ง ต่อเข้าชุดขับ damper แล้วควบคุมให้เดินที่จุดหมุนวนสูงสุดที่ยังรักษาแรงขับการอบแห้งไว้ได้ (ค่า R เหมาะสมที่เครื่องมือคำนวณให้ในแท็บ 4)

นับจากบันทึกฝ่ายผลิต — การอบซ้ำใช้พลังงานเต็มรอบแต่ระเหยน้ำน้อยมาก จึงแพงเป็นพิเศษ
พลังงานของรอบอบซ้ำเทียบรอบปกติ % · ถ้าอบซ้ำจนแห้งเต็มรอบใช้ 100 · อบซ้ำสั้น 30–50 %
สัดส่วนการอบซ้ำที่ลดได้ % หลังติดตั้งการวัดความชื้น/ควบคุมอัตโนมัติ · ทั่วไป 60–90 %
เซนเซอร์จุดน้ำค้างทนร้อน + modulating damper actuator + PID/PLC + งานติดตั้งและปรับจูน
สรุปมาตรการและระยะเวลาคืนทุน
ข้อควรระวังก่อนนำไปเสนอ — (1) ทุกมาตรการที่กระทบเวลาอบหรือคุณภาพ ต้องทดลองจริงก่อนอย่างน้อย 5 รอบการผลิต (2) ระยะคืนทุนที่แสดงเป็นแบบง่าย (Simple Payback) ยังไม่รวมค่าบำรุงรักษาและมูลค่าเงินตามเวลา (3) ถ้าต้องยื่นขอรับการส่งเสริมจาก พพ. ให้แนบผลตรวจวัดก่อน-หลังตามวิธี IPMVP Option A หรือ B
การตรวจวัดหน้างาน — FIELD AUDIT
เตรียมการก่อนออกหน้างาน
ขอ P&ID หรือผังระบบ ของวงจรของไหลร้อนและวงจรลม ระบุตำแหน่ง damper และ bypass ทั้งหมด
ขอ nameplate ของ coil, พัดลม, มอเตอร์, ปั๊ม และแบบแปลนเครื่องอบ (ปริมาตรห้องอบ, พื้นที่ผิว)
ขอบันทึกการผลิต ย้อนหลัง 3 เดือน: จำนวนรอบ/วัน, น้ำหนักต่อรอบ, ความชื้นเข้า-ออก, ของเสียจากการอบไม่แห้ง
เจาะรูตรวจวัด (test port) ที่ท่อลมจ่ายและท่อลมทิ้ง ขนาด Ø10–12 mm พร้อมจุกอุด — ต้องขออนุญาตล่วงหน้า
ตำแหน่งวัดลม ต้องห่างจากข้อศอก/damper อย่างน้อย ต้นน้ำ 6 เท่า และท้ายน้ำ 2 เท่า ของเส้นผ่านศูนย์กลางท่อ
นัดหมายให้ตรวจวัดในช่วงที่ การผลิตคงที่ (steady state) อย่างน้อย 3 รอบต่อเนื่อง ไม่ใช่ช่วงเริ่มเดินเครื่อง
เตรียมถุงเก็บตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์เข้า-ออก ปิดผนึกทันที เพื่อวัดความชื้นในห้องปฏิบัติการ
อุปกรณ์ความปลอดภัย: ถุงมือกันความร้อน แว่นตานิรภัย และระวังท่อน้ำร้อนอัดความดัน ห้ามคลายข้อต่อขณะระบบมีความดัน
เครื่องมือวัดที่ต้องนำไป
เครื่องมือช่วงวัด/ความละเอียดใช้กับจุด
Data logger + Thermocouple Type K (4–8 ช่อง)−50…600 °C, ±1 °C1 2 6 7
Thermo-hygrometer (หัววัดทนร้อน)0…120 °C, 0–100 %RH ±2 %4 7
Hot-wire anemometer0.1…30 m/s, ทนถึง 120 °C5 8
Pitot tube + micromanometer0…2,000 Pa5 8 (ท่อลมเร็ว/ร้อน)
Ultrasonic clamp-on flow meter0.1…10 m/s, ท่อ DN15–DN3003
Infrared thermal camera−20…400 °C, ε ปรับได้10 และหาจุดรั่ว
Power analyzer / clamp meter 3 เฟสTrue RMS, บันทึกได้11
เครื่องชั่ง 0.01 kg + Moisture analyzerอบ 105 °C จนคงที่9
ตลับเมตร / เลเซอร์วัดระยะ—10 และพื้นที่ท่อ
แบบฟอร์มบันทึกผลตรวจวัดหน้างาน (พิมพ์ไปใช้ได้) บันทึกอย่างน้อย 3 รอบ แล้วเฉลี่ย
จุดรายการหน่วย รอบที่ 1รอบที่ 2รอบที่ 3เฉลี่ย
1T ของไหลร้อนขาจ่าย°C
1ความดันระบบbar g
2T ของไหลร้อนขากลับ°C
3อัตราการไหลของไหลร้อนm³/hr
4T อากาศภายนอก / %RH°C / %
5ความเร็วลมท่อจ่าย (เฉลี่ยหลายจุด)m/s
5พื้นที่หน้าตัดท่อจ่ายm²
6T ลมร้อนเข้าเตา°C
7T ลมทิ้ง / %RH ลมทิ้ง°C / %
8ความเร็วลมท่อทิ้งm/s
9น้ำหนักผลิตภัณฑ์เปียก / แห้ง ต่อรอบkg
9ความชื้นก่อนอบ / หลังอบ%wb
10T ผิวเปลือกเตา (สูงสุด/เฉลี่ย)°C
10พื้นที่ผิวร้อนรวมm²
11กำลังไฟฟ้าพัดลม + มอเตอร์kW
12เวลาอบ / เวลาโหลด-อันโหลดนาที
12T ผลิตภัณฑ์ออกจากเตา°C
วินิจฉัยอาการอัตโนมัติจากข้อมูลที่กรอก (Fault Diagnosis)
หมายเหตุ — การวินิจฉัยนี้เป็นการชี้เป้าเบื้องต้นจากตัวเลขที่กรอกเท่านั้น ต้องยืนยันด้วยการตรวจสอบทางกายภาพหน้างานเสมอ (เปิดฝา coil ดูคราบสกปรก, ตรวจ trap, ทดสอบ damper)
กรณีศึกษาจากงานตรวจวัดจริง — CASE STUDIES
กรณีที่ 1 — เครื่องอบถุงมือยางแบบถังหมุน ใช้น้ำร้อน 180 °C
โรงงานถุงมือยางไนไตรล์ · เครื่องอบถังหมุน 6 เครื่อง · แหล่งความร้อน: น้ำร้อนอัดความดัน 180 °C จากหม้อต้มชีวมวล
บริบทของกระบวนการผลิต

โรงงานผลิตถุงมือยางไนไตรล์แห่งหนึ่งในภาคตะวันออก มีเครื่องอบแบบถังหมุน (batch tumble dryer) 6 เครื่อง ติดตั้งต่อจากขั้นตอนล้างน้ำ (post-chlorination washing) ถุงมือที่ออกจากอ่างล้างจะมีน้ำเกาะที่ผิวและระหว่างชั้น ต้องไล่ความชื้นออกก่อนโรยแป้ง/บรรจุ มิฉะนั้นถุงมือจะติดกันเป็นก้อนและเกิดเชื้อรา

ตัวเครื่องมีลักษณะเหมือนถังซักผ้าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ — ถังเจาะรูหมุนอยู่ในเปลือกหุ้มฉนวน ลมร้อนถูกเป่าเข้าที่ช่องว่างระหว่างเปลือกกับถัง ไหลผ่านรูเข้าไปสัมผัสถุงมือที่กำลังพลิกตัว แล้วออกทางช่องลมทิ้งด้านบน การหมุนทำให้ถุงมือแยกชั้นและสัมผัสลมร้อนได้ทั่วถึง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญเหนือการอบแบบวางนิ่ง

แหล่งความร้อนคือ ระบบน้ำร้อนอัดความดัน (Pressurised Hot Water) 180 °C จากหม้อต้มน้ำร้อนเชื้อเพลิงชีวมวล เดินท่อวนรวม (ring main) จ่ายให้เครื่องอบทุกเครื่อง แต่ละเครื่องมี finned-tube coil และวาล์วควบคุมสองทางของตัวเอง

ภาพตัดเครื่องอบถังหมุนและทิศทางการไหลของลมร้อน
เปลือกหุ้มฉนวน (Insulated casing) ถังหมุน 18–28 รอบ/นาที ถุงมือยางเปียก 50 kg/รอบ ลมร้อน 130 °C จาก finned coil (น้ำร้อน 180 °C) ลมผ่านรูเข้าถัง ลมทิ้ง 85 °C ความชื้นสูงขึ้น · หมุนกลับ 50 % ประตูโหลด จุดรั่วที่พบบ่อย M มอเตอร์ขับถัง 2.2 kW 55°C ผิวเปลือก (วัดด้วย IR)
ข้อมูลที่ตรวจวัดได้ (ค่าเฉลี่ย 3 รอบการผลิต)
รายการ (ฝั่งความร้อนและลม)ค่าที่วัดได้
อุณหภูมิน้ำร้อนขาจ่าย / ขากลับ180 / 160 °C
ความดันในระบบน้ำร้อน13 bar g
อัตราการไหลน้ำร้อน (ultrasonic)1.09 m³/hr
อุณหภูมิ / ความชื้นอากาศภายนอก32 °C / 70 %RH
อัตราการไหลลมจ่าย (ที่ 130 °C)1,500 m³/hr
อุณหภูมิลมร้อนเข้าเตา130 °C
อุณหภูมิลมทิ้ง85 °C
สัดส่วนลมหมุนเวียนกลับ (อ่านจาก damper)50 %
กำลังไฟฟ้าพัดลม + มอเตอร์ขับถัง4.5 kW
อุณหภูมิผิวเปลือกเตาเฉลี่ย / พื้นที่55 °C / 12 m²
รายการ (ฝั่งผลิตภัณฑ์และการเดินเครื่อง)ค่าที่วัดได้
น้ำหนักถุงมือเปียกต่อรอบ50 kg
ความชื้นก่อนอบ (ฐานเปียก)22 %wb
ความชื้นหลังอบ (ฐานเปียก)1.5 %wb
เวลาอบ / เวลาโหลด-อันโหลด35 / 5 นาที
ระหว่างโหลด-อันโหลด ยังจ่ายความร้อนใช่
อุณหภูมิถุงมือก่อน / หลังอบ32 / 60 °C
cp ยางไนไตรล์แห้ง1.90 kJ/kg·K
ชั่วโมงเดินเครื่องต่อปี6,000 hr
เชื้อเพลิงหม้อต้มน้ำร้อนชีวมวล — ไม้สับ
ประสิทธิภาพการส่งจ่ายท่อ95 %
ผลการวิเคราะห์ของกรณีศึกษานี้
สิ่งที่พบและการตีความเชิงวิศวกรรม
1
น้ำร้อน 180 °C ต้องอยู่ที่ 13 bar g จริง ๆ — ความดันอิ่มตัวของน้ำที่ 180 °C คือ 10.03 bar a (9.0 bar g) ระบบเดินที่ 13 bar g จึงมี margin ประมาณ 4 bar เทียบเท่า subcooling ~15 °C ถือว่าพอดี แต่ไม่ควรลดความดันลงอีก เพราะจุดที่วิกฤตที่สุดคือทางดูดของปั๊มหลังจากน้ำผ่าน coil ทุกตัวแล้ว
2
ลมทิ้งยังแห้งเกินไปมาก — %RH ลมทิ้งที่คำนวณได้ต่ำกว่า 15 % ทั้งที่ยังรับความชื้นได้อีกหลายเท่าตัว แปลว่าปริมาณลมมากเกินความจำเป็นอย่างมีนัยสำคัญ ความร้อนส่วนเกินถูกเป่าทิ้งไปเปล่า ๆ นี่คือโอกาสประหยัดอันดับหนึ่ง
3
ผิวเปลือกเตา 55 °C บนพื้นที่ 12 m² — สูงกว่าเกณฑ์ที่ดี (ห้อง +15 °C ≈ 47 °C) ทั้งการพาความร้อนและการแผ่รังสี รวมกันเป็นภาระต่อเนื่องตลอด 6,000 ชั่วโมง/ปี การหุ้มฉนวนเพิ่มคืนทุนเร็วเพราะเป็นความสูญเสียแบบ 24 ชั่วโมง
4
เวลาโหลด-อันโหลด 5 นาทีต่อรอบ ยังจ่ายความร้อนอยู่ — คิดเป็น 12.5 % ของเวลาทั้งหมด ช่วงนี้ไม่มีการระเหยน้ำเลย ความร้อนทั้งหมดออกไปทางลมทิ้งและผิวเตา เป็นมาตรการที่ลงทุนน้อยที่สุดในชุดนี้
5
ทำไมโรงงานนี้เลือกน้ำร้อน 180 °C แทนไอน้ำ — (ก) ต้องการลมร้อนเพียง 120–140 °C ซึ่งน้ำร้อนทำได้สบาย (ข) ไม่ต้องมีกับดักไอน้ำและระบบคืนคอนเดนเสทที่เครื่องทุกตัว ลดจุดบำรุงรักษาลงมาก (ค) การควบคุมอุณหภูมิทำได้ละเอียดกว่า เพราะปรับที่อัตราการไหลของน้ำแทนการปรับความดันไอ ซึ่งสำคัญกับยางที่ไวต่อความร้อน (ง) ไม่มีความเสี่ยง water hammer ในท่อจ่าย ข้อแลกเปลี่ยน คือค่าไฟปั๊มสูงกว่า ต้องมีถังรับแรงดัน (expansion vessel) และ ΔT ที่ใช้ได้แคบกว่าไอน้ำมาก
6
ข้อควรระวังเฉพาะถุงมือยาง — อุณหภูมิลมสูงเกิน 140 °C เสี่ยงทำให้ยางเสื่อมสภาพ (เหลือง เหนียว ค่าความยืดหยุ่นตก) และการอบแห้งเกินจะทำให้ถุงมือแข็งกระด้าง การลดอุณหภูมิลมจึงมักทำไม่ได้แบบ "ยิ่งต่ำยิ่งดี" ต้องยึดข้อกำหนดคุณภาพเป็นขอบเขต และไปเน้นที่การลดปริมาณลมทิ้งกับการนำความร้อนกลับมาใช้แทน
ชุดมาตรการที่เสนอสำหรับกรณีนี้
ตัวเลขข้างต้นเป็นของเครื่องเดียว — โรงงานนี้มีเครื่องอบลักษณะเดียวกัน 6 เครื่อง หากทำมาตรการพร้อมกันทั้งชุด ผลประหยัดจะเพิ่มเป็นราว 6 เท่า ในขณะที่เงินลงทุนบางรายการ (เช่น ระบบควบคุมส่วนกลาง งานออกแบบ และค่าดำเนินการ) ใช้ร่วมกันได้ ระยะเวลาคืนทุนจริงจึงสั้นกว่าที่แสดงต่อเครื่องอย่างมีนัยสำคัญ — ควรเสนอเป็นโครงการรวมทั้งสายการผลิต ไม่ใช่ทีละเครื่อง
ลำดับการดำเนินการที่แนะนำ — เริ่มจากมาตรการที่ไม่ต้องหยุดเครื่องและลงทุนต่ำก่อน (ปิดความร้อนช่วงโหลด → หุ้มฉนวน → เพิ่มลมหมุนเวียน) เก็บผลตรวจวัดหลังทำแต่ละมาตรการ แล้วจึงประเมินว่ายังคุ้มที่จะลงทุนเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนลมทิ้งหรือไม่ เพราะเมื่อเพิ่มลมหมุนเวียนแล้ว ปริมาณลมทิ้งจะลดลง ผลประหยัดของอุปกรณ์นำความร้อนกลับก็จะลดลงตามไปด้วย
เปรียบเทียบตู้อบเดิม (ระบายลมทิ้งทันที) กับตู้ที่มีแดมเปอร์ลมทิ้ง — COMPARISON
แท็บนี้ทำอะไร — เปรียบเทียบพลังงานต่อรอบ เวลาอบ กำลังการผลิต และระยะคืนทุน ระหว่าง ตู้เดิม ที่ส่งลมร้อนสัมผัสชิ้นงานแล้วระบายทิ้งทันที กับตู้ที่มีแดมเปอร์ลมทิ้ง ซึ่งหน่วงลมร้อนไว้หมุนวนกลับ โดยใช้ข้อมูลน้ำร้อน อากาศ ผลิตภัณฑ์ และราคาพลังงานจากแท็บ 1–4 ชุดเดียวกัน (ไม่ต้องกรอกซ้ำ) กรอกเพิ่มเฉพาะค่าที่ใช้เปรียบเทียบเท่านั้น
ข้อมูลตั้งต้นมาจากอีเมลคุณ Kulavich Rohitasthira (Ansell Thailand) 3 ฉบับ — ดูหัวข้อ 8.1
8.1 ข้อมูลที่ยืนยันจากอีเมล (3 ฉบับ) และจุดที่ต้องสอบถามเพิ่ม
8.2 เวลาอบต่อรอบจากฝ่ายผลิต (Cycle time)
8.3 โปรไฟล์อุณหภูมิในถังอบจาก Data Logger (HiTemp140 · ทุก 5 วินาที · ตั้ง 75 °C)
ค่าตั้งตามอีเมลคุณ Surasak (1 ก.ย. 69) = 75 °C · ใช้เป็นเส้นอ้างอิงประเมินความคลาดเคลื่อน
ฝ่ายซ่อมบำรุง Ansell กำหนดให้ No.17 เป็นโปรไฟล์อ้างอิง (อีเมล 4 ส.ค. 69)
8.4 ค่าที่ใช้เปรียบเทียบ (กรอกเฉพาะแท็บนี้) + ค่าที่ดึงจากแท็บอื่น
① เลือกเครื่อง/ชุดข้อมูลเวลา แล้วเติมลงแท็บ 2–3
เลือกแล้วกดปุ่ม ⚡ ด้านล่าง เพื่อเติมเวลาอบ น้ำหนักต่อรอบ และอุณหภูมิในถังของเครื่องนั้นลงแท็บ 2–3
ชุด 18 ส.ค. ตรงกับสินค้าที่ใช้ทดสอบ logger (SKB1/SKB16) · ชุด 14 ส.ค. เป็นค่าเฉลี่ยรวมทุกสินค้า — เวลาเป็นช่วงเครื่องทำงาน ไม่รวมโหลด
ตาม recipe ที่ใช้ทดสอบ logger: Preheat > 2 นาที
ตาม recipe: Cool > 30 นาที (ปิดความร้อน เดินพัดลม) — เวลาอบจริง = cycle − preheat − cool
อีเมลคุณ Chanon (14 ส.ค. 69): บวกเพิ่ม 5 นาทีต่อรอบ · ช่วงนี้พัดลมหยุด
ค่าปกติภูมิอากาศ 1991–2020 สถานีกรุงเทพมหานคร (48455) ใกล้นิคมลาดกระบังที่สุดที่มีค่าปกติเผยแพร่ — ใช้ "เฉลี่ยทั้งปี" สำหรับพลังงานรายปี
เติม t อบ, t โหลด+cool, น้ำหนัก/รอบ, อุณหภูมิลมทิ้ง (= ค่าเฉลี่ยช่วงอบจาก logger)
เติมอุณหภูมิและ %RH อากาศภายนอกในแท็บ 2
สมมุติ — ต้องชั่งก่อน/หลังอบ · น้ำหนักในตาราง Ansell ≈ 180 kg/รอบ คือถุงมือเปียกเข้าตู้ (ยืนยัน 11 ก.ย. 69) · ถุงมือมีผ้าซับในหลังล้าง+สลัดน้ำ มักอยู่ช่วง 10–30 %wb
ค่าเป้าหมาย QC ถุงมือยาง 0.5–2 %wb · ปุ่ม ⚡ ด้านบนจะใส่ความชื้นทั้งสองค่าลงแท็บ 3
ใส่ค่าที่วัดได้ (เฉลี่ยตลอดช่วงอบ รวมช่วงวาล์วปิด) — ลมจ่ายสูงสุดของ coil 170–180 °C อยู่ราว 120–140 °C แต่ค่าเฉลี่ยจะต่ำกว่าเมื่อเทอร์โมสตัทตัดบ่อย · ใช้ย้อนคำนวณอัตราลมให้สมดุลตู้เดิมปิดพอดี
ลม = (ภาระระเหย+อุ่น+ผิว) ÷ [(hลมจ่าย − hลมผสม) − ความร้อนลมทิ้งต่อ kg] — ใช้เมื่อยังไม่ได้วัดลมด้วย anemometer

② ตู้อบที่มีแดมเปอร์ลมทิ้ง และสมมุติฐานที่ยังไม่มีข้อมูลวัด
แดมเปอร์หรี่ลมทิ้งเหลือ (100 − R) % ของลมที่พัดลมหมุน · ตู้อบรุ่นใหม่ทั่วไป 50–80 % · ตรวจแรงขับการอบแห้งในตารางด้านล่าง
จากข้อมูลอาจารย์: ตู้เดิม 30 นาที → ตู้ใหม่ 20 นาที = ลด 33.3 % (นำไปคูณกับเวลาอบของ Ansell)
ตู้เดิม 30 นาที → ตู้ใหม่ 15 นาที = ลด 50 % · ต้องยืนยันด้วยการทดสอบความชื้นคงเหลือก่อนใช้จริง
preheat + cool + โหลด ของตู้ใหม่ · ⚡ เติมจากแท็บ 3 (t โหลด-อันโหลด) อัตโนมัติจนกว่าจะแก้เอง · ตู้ใหม่บางรุ่นลดช่วง cool ได้
finned coil น้ำร้อน 20–50 K · น้ำร้อน 175 °C − 35 = ลมจ่ายสูงสุด ≈ 140 °C เมื่อป้อนลมสด → ได้ประสิทธิผล ε ของ coil ใช้ทั้งสองแบบ (ลมผสมอุ่นกว่า ลมจ่ายสูงสุดจึงสูงขึ้น) · ใช้ตรวจว่าความร้อนพอสำหรับเวลาที่ลดลงหรือไม่
สมมุติ — ขอจากคู่มือ/น้ำหนักเครื่อง (ส่วนที่สัมผัสลมร้อน) · ตู้ถังหมุนขนาด ~180 kg/รอบ มักอยู่ช่วง 500–1,200 kg
เหล็กกล้าไร้สนิม/เหล็กกล้า 0.46–0.50 kJ/kg·K
จาก logger: ปลายช่วง cool อยู่ 33–40 °C (No.20 = 60 °C) — ถังยังอุ่นจากรอบก่อน
FSG Dryer No.15–21 = 7 เครื่อง (ไม่รวม AN/TNT 7 เครื่อง)
⚡ คำนวณจากชั่วโมงทำงาน (แท็บ 1) ÷ cycle ตู้เดิม — แก้ได้ตามบันทึกการผลิต · ถือว่าผลผลิตคงที่ทุกกรณี
ท่อลมกลับ + modulating damper + เซนเซอร์ %RH/จุดน้ำค้างทนร้อน + PLC · ขอใบเสนอราคาจริง
ใส่ 0 ถ้ายังไม่มีราคา — ระยะคืนทุนกรณีตู้ใหม่จะแสดง "—"

③ ค่าที่ดึงมาจากแท็บอื่น (แก้ที่แท็บต้นทาง)
8.5 ผลเปรียบเทียบต่อรอบและรายปี
8.6 ความไวของผลประหยัดต่อค่าที่ยังไม่ได้วัด (ลมที่พัดลมหมุน × ความชื้นถุงมือก่อนอบ)
ตัวคูณลม ×1.00 = ค่าลมในแท็บ 2 · ความชื้นเป็น %wb · ผลประหยัดคิดจากความร้อนจากระบบน้ำร้อนต่อรอบ
8.7 ข้อสรุปเชิงวิศวกรรม และแผนตรวจวัดเพื่อยืนยันผล
8.8 แบบ A1-15059 ที่แนบมา (7 ก.ย. 69) — เป็นเตาอบของสายขึ้นรูป ไม่ใช่ FSG Dryer
สรุปผล · บันทึกไฟล์ JSON · พิมพ์รายงาน
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร (Executive Summary)
สรุปการเปรียบเทียบตู้อบเดิม vs ตู้มีแดมเปอร์ลมทิ้ง (แท็บ 8)
บันทึก / เรียกคืนข้อมูลด้วยไฟล์ JSON
ใช้ทำอะไรได้บ้าง — (1) เก็บข้อมูลตรวจวัดของแต่ละเครื่อง แต่ละครั้ง ไว้เปิดกลับมาแก้ทีหลัง (2) ส่งต่อให้เพื่อนร่วมทีมเปิดด้วยเครื่องมือตัวเดียวกัน (3) ใช้เป็น baseline ตาม ISO 50001 เพื่อเทียบผลก่อน-หลังปรับปรุง (4) นำ results ในไฟล์ไปทำตารางรวมหลายเครื่องด้วย Excel/Python ได้ทันที
ไฟล์เป็นข้อความล้วน อ่านได้ด้วยตาเปล่า และไม่มีการส่งข้อมูลออกนอกเครื่องของคุณ

โครงสร้างไฟล์ — tool / version / schema ระบุที่มา · meta ข้อมูลสถานประกอบการ · inputs ค่าที่กรอกทั้งหมด (คีย์ตรงกับ id ของช่องกรอก) · results ผลลัพธ์ที่คำนวณได้ · ecm มาตรการที่เลือกและผลประหยัด
เวลานำเข้า เครื่องมือจะอ่านเฉพาะ inputs และ meta แล้วคำนวณ results ใหม่เสมอ จึงไม่มีทางที่ตัวเลขผลลัพธ์จะไม่ตรงกับข้อมูลนำเข้า
พิมพ์รายงานภาษาไทย (Print / Save as PDF)
เลือกส่วนที่ต้องการพิมพ์ แล้วกดปุ่ม — ในหน้าต่างพิมพ์ให้เลือก ปลายทาง: Save as PDF, ขนาด A4, เค้าโครง: แนวตั้ง และเปิด "กราฟิกพื้นหลัง" เพื่อให้สีของแผนภาพติดไปด้วย
สมมุติฐาน สูตร และเอกสารอ้างอิง

คุณสมบัติของไหล
• ความดัน/อุณหภูมิอิ่มตัวของน้ำและไอน้ำ: สมการ Region 4 ของ IAPWS-IF97 (รูปแบบปิด ใช้ได้ 0.01–373.95 °C)
• เอนทัลปีไอน้ำอิ่มตัว hf, hfg: ตารางไอน้ำมาตรฐาน (0.05–50 bar a) ประมาณค่าเชิงเส้นระหว่างจุด
• เอนทัลปีน้ำอัดความดัน: ประมาณด้วย hf(T) ซึ่งคลาดเคลื่อน < 0.5 % ที่ความดันต่ำกว่า 20 bar
• อากาศชื้น: h = 1.006·T + W·(2501 + 1.86·T) kJ/kg อากาศแห้ง, v = 0.287042·TK·(1+1.6078·W)/P — ตาม ASHRAE Handbook Fundamentals บทที่ 1
• ค่าคงที่: Rอากาศแห้ง = 0.287042 kJ/kg·K, W = 0.621945·Pv/(P − Pv)

การถ่ายเทความร้อนที่ผิว
• การพาความร้อนแบบธรรมชาติ: hc ≈ 1.9·ΔT0.25 W/m²·K (ผิวตั้งในอากาศนิ่ง)
• การแผ่รังสี: hr = ε·σ·(Ts⁴ − Ta⁴)/ΔT, σ = 5.67×10⁻⁸ W/m²·K⁴

เอกสารอ้างอิงหลัก
• ASHRAE Handbook — Fundamentals, Chapter 1 Psychrometrics
• ASHRAE Handbook — HVAC Systems and Equipment, Chapter on Industrial Drying
• Mujumdar, A.S., Handbook of Industrial Drying, 4th ed. — บทว่าด้วย convective dryer efficiency และ SEC
• US DOE / ORNL MEASUR — Process Heating & Steam Assessment modules
• IAPWS Release IF-97, Revised 2007
• พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และประกาศกระทรวงพลังงานว่าด้วยการจัดการพลังงานในโรงงาน/อาคารควบคุม
• แนวทางการคำนวณค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อบก. (TGO) — ตรวจสอบเวอร์ชัน Emission Factor ก่อนใช้ทุกครั้ง

ขอบเขตความรับผิดชอบ — เครื่องมือนี้เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์เชิงวิศวกรรม ผลลัพธ์ขึ้นกับคุณภาพของข้อมูลตรวจวัดที่ป้อนเข้าเป็นสำคัญ ก่อนนำไปใช้ตัดสินใจลงทุน ควรให้วิศวกรผู้รับผิดชอบทวนสอบสมมุติฐานและตรวจสอบไขว้กับข้อมูลการใช้พลังงานจริงของโรงงานเสมอ
Hot Air Dryer Assessment Tool v1.0 · พัฒนาโดย บริษัท ทริปเปิ้ล อี เทคโนโลยี จำกัด · ทำงานได้แบบออฟไลน์ทั้งหมด ไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ต · ไฟล์เดียวจบ